Page 2 of 3

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 29

โดยังผ่าตัดอย่างคล่องแคล่ว ฮวางจองซึ่งดูอยู่ก็ทึ่งในความถนัดของเขา

“โดยังเป็นศัลยแพทย์ที่เก่งที่สุดในญี่ปุ่นก็ว่าได้ เพราะแม้แต่ศาสตราจารย์คิมูระที่เป็นอาจารย์แพทย์ยังอิจฉาในพรสวรรค์ของเค้าเลย” นาโอโกะกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“ใช่ มีความสามารถยอดเยี่ยมมาก ไม่มีการลังเลเลยแม้แต่น้อย ว่องไวและเฉียบคมมาก” ฮวางจองชมอย่างจริงใจ

“อีกสักพักคนไข้จะฟื้นจากยาสลบ ที่ให้ในตอนผ่าตัด” โดยังบอกฮวางจอง “ต่อจากนี้ให้แพทย์ฮวางจัดการต่อก็แล้วกัน ผ่าตัดเรียบร้อย คุณช่วยเย็บแผลที่ท้อง จะได้เสร็จเร็วยิ่งขึ้น”

“ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นยิ่งดี รีบบอกสภาวะในนี้ให้คนข้างนอกรับรู้เถอะ”

“ไว้เสร็จแล้วค่อยบอกจะดีมากยิ่งกว่า นี่คือโรงพยาบาลฮันซอง พวกเค้าอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องการผ่าตัดในคราวนี้ก็เป็นได้นะ ข้าผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าช่วยเย็บปิดแผลให้ที เดี๋ยวข้าจะตัดเส้นเลือดดำต่อ”

“เครื่องเอกซเรย์จะช่วยให้คนที่เป็นหมอสามารถเห็นและวินิจฉัยโรค ที่ตรวจอาการจากภายนอกไม่พบได้ แพทย์เบ๊ก ตัดสินใจพาคนไข้ไปโรงพยาบาลฮันซองก็เป็นการวินิจฉัยตามหลักการ แพทย์ฮวางเองก็คงจะเห็นด้วยกับหลักการข้อนี้” เอวิสันปรึกษากับซ๊อกรัน

“ค่ะ ทั้งแพทย์ฮวางกับแพทย์เบ๊ก มีนิสัยแบบงี้ทั้งคู่ เค้าจะไม่คำนึงถึงปัญหาอย่างอื่นที่จะตามมาหรอก”

“แม้กระนั้นคราวนี้มันน่าจะคิดหน่อยนะ นี่มันเวลาไหนกัน โรงพยาบาลฮันซอง ทำไมพระราชาต้องลี้ภัยไปอยู่ที่สถานทูตรัสเซียล่ะ ก็เพื่อให้จะหนีจากการจับตาของพวกญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ หะ?” ผู้จัดการโอบ่น

“นี่ ๆ ๆ แต่การช่วยคนไข้มาเป็นชั้นแรก ตรงนั้นมีทั้งทหารโชซอนทั้งทหารรัสเซียปลอดภัยอยู่แล้ว อีกอย่างนะ พอผ่าตัดเสร็จและจากนั้นก็พา กลับมาเองแหละน่า โธ่”

“เอาอย่างงี้ แพทย์ยู คุณรู้จักกับแพทย์เบ๊กดี ช่วยไปที่โรงพยาบาลฮันซองที ไปดูสภาพการณ์ก่อน แล้วเราค่อยมาปรึกษากันอีกที” เอวิสันบอก

“ค่ะ ข้าเข้าใจแล้วค่ะ”

วาตานาเบ้ใช้อำนาจการเป็นผอ.โรงพยาบาลฮันซองเผ่านาดูการผ่าตัด เพื่อให้หวังจะหาทางให้คนไข้เสียชีวิตและป้ายความผิดให้ฮวางจองตามแผน

“เส้นเลือดขอดอยู่แค่นี้ใช่มั้ย?” ฮวางจองถาม

“ไม่ใช่ ข้าคิดว่ามันเชื่อมอยู่กับหลอดเลือดดำใหญ่ เป็นได้ว่าอาจจะลามเข้าไปถึงช่องท้องแล้ว” โดยังบอก

“ดูจากตอนผ่าตัดไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”

“กล้ามเนื้อรอบๆขาหนีบยังนุ่มอยู่ เส้น เลือดขอดอาจยังลามมาไม่ถึงตรงนี้ แต่ถ้าจะสลาย เส้นเลือดขอดของเส้นเลือดดำนี้ เราควรต้องผ่าตัดเปิดที่น่องขาของเค้า”

“หะ ผ่าอีกเหรอ?” นาโอโกะสะดุ้ง

“แต่ถ้าทำการผ่าตัดในรอบๆนี้ เลือดจะไหลออกมาก เวลาที่ผ่าตัดก็อาจจะนานจนเกินไป ถ้าให้ยาสลบมากขึ้น คนไข้ก็จะมีความเสี่ยงมากจนเกินไป ดีไม่ดีอาจจะทำให้คนไข้ตายได้” ฮวางจองพูดตามความเห็นของตนเอง

ขณะที่โดยังก็เสนอ “แต่ถ้าเราไม่ลงมือทำเลย จะทำให้เลือดอุดตันปอดจนหยุดการทำงานได้ เราควรจะรีบผ่าตัดให้เร็วที่สุด ก่อนที่ยาจะหมดฤทธิ์”

“ดังนั้นจำเป็นต้องทำให้เสร็จก่อนเค้าจะฟื้น” ฮวางจองสรุป

“ยังมีเวลาครึ่งชั่วโมง ก่อนที่คนไข้จะฟื้นค่ะ” นาโอโกะบอก

“ผมจะทำให้เสร็จในครึ่งชั่วโมง ก่อนอื่น เราจะผูกและตัดหลอดเลือด ที่จะไปสู่หลอดเลือดดำ จากนั้นก็ผ่าเปิดน่องขา ขอคีม ขั้นตอนต่อจากนี้เราจำเป็นที่จะต้องดึงเอาเส้นเลือดขอดเค้าออกมาโดยเร็วที่สุด”

ระหว่างที่กำลังผ่าตัดอยู่นั้น อียงอิกเกิดฟื้นจากสลบเร็วกว่าที่คิดไว้

“แพทย์เบ๊ก ดูเหมือนว่าร่างกายคนไข้จะรับฤทธิ์ยาสลบได้น้อยไปนะ” ฮวางจองบอก

“เบ๊กโดยังคะ เย็บแผลแล้วค่อยผ่าตัดใหม่เถอะ” นาโอโกะบอก โดยังครุ่นคิดก่อนตัดสินใจ

“เพิ่มยาสลบ”

“อันตรายเกินไป กับคนไข้ที่ฟื้นจากยา สลบง่ายอย่างงี้” ฮวางจองพูดตามหลักการ แต่โดยังก็มีเหตุผล

“แต่ถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วจะทำยังไง เส้นเลือดขอดถูกตัดแล้วจะปล่อยไว้แบบงี้เหรอ เราจะทำอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด”

“แต่ถ้าให้ยาสลบอีกตอนนี้ คนไข้อาจจะไม่ฟื้นเลยก็ได้” ฮวางจองยังกลุ้มอกกลุ้มใจ แต่โดยังตัดสินใจสั่งเสียงแข็ง “เพิ่มยาสลบ”

“เดี๋ยวก่อน รอแป๊บนึง ๆ เรายังพอจะหาวิธีอื่นได้รึเปล่า?” ฮวางจองยังลังเล เพราะอียงอิกอยู่ระหว่างความเป็นความตาย หากตัดสินใจผิดพลาดจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

“ให้ยาสลบแล้วผ่าตัดให้เสร็จนี่แหละวิธีดีที่สุด” โดยังยืนกราน

“ไม่ใช่อย่างนั้น ยังจำวิชาผ่าตัดได้มั้ย ที่เกี่ยวกับเรื่องเส้นเลือดดำซาฟินัสใหญ่น่ะ ถึงหลอดเลือดดำจะเชื่อมกับเส้นเลือดดำซาฟินัสใหญ่ แต่มันไม่ได้สำคัญตรงที่ขนาด”

“เจ้าคิดจะพูดอะไรกันแน่หะ?”

“หมายความว่า ถ้าจะผ่าเส้นเลือดดำใหญ่ก็จึงควรตัดหลอดเลือดดำที่เชื่อมออกไปด้วย ถ้าอย่างนั้นก็ดึงมันออกเลยดีมากกว่า ตรงนี้ ด้านบนกับข้างล่างมันขาดจากกันแล้ว เราดึงมันออกตรง ๆ เลยก็ได้”

“ถ้าทำอย่างนั้นได้ ถ้าทำได้ก็คงดีสิคะ”

“แต่เราจะดึงมันออกยังไงล่ะ ใช้มือดึงออกมาตรง ๆ เลยเหรอ? ใช้มือหรือคีมดึงก็ไม่ดีทั้งคู่ เพราะมันอาจลื่นหรือขาดก่อนได้”

“นั่นสิคะ ขอแค่เราดึงเส้นเลือดออกมาได้”

วาตานาเบ้ขอตัวออกจากห้องผ่าตัด แต่ ฮวางจองเรียกไว้ “อย่าพึ่งไป แพทย์เบ๊ก ท่านผอ. ถอดชุดกาวน์ของท่านออกก่อนครับ”

“ให้ข้าถอดเสื้อเหรอ?” วาตานาเบ้สี หน้างง

“ลองดูตรงนี้สิ ดูตรงนี้สิ”

“เจ้าจะให้ข้าดูอะไร?” โดยังเองก็แปลกใจ

ฮวางจองจึงเริ่มอธิบาย “ลองสมมุติว่าตัวของชุดกาวน์นี่เป็นเส้นเลือดดำใหญ่ แล้วถ้าเอา อะไรใส่เข้าแขนเสื้อ เอาใส่เข้าไปในหลอดเลือดดำ เส้นลวด ต้องใช้เส้นลวด เหมือนแขนที่อยู่ในเสื้อ เราใส่ลวดเข้าไปในหลอดเลือดดำ หลังจากได้ที่ แล้ว ก็ผูกปิดข้างนึงไว้ รวมทั้งดึงเส้นเลือดดำออกมา” ฮวางจองใช้เสื้อกาวน์ประกอบการอธิบายจนทุกคนเข้าใจอย่างง่ายดาย

“ฉันจะรีบไปเอาลวดค่ะ” นาโอโกะบอก ดีใจ

 “ผมจะลองดึงมันแล้วนะ”

“ว้าว ยอดไปเลย”

หลังจากการใช้ประสบการณ์และความรู้ที่ร่ำเรียนมา ทำให้โดยังและฮวางจองผ่าตัดสำเร็จอย่างรวดเร็ว ขณะที่นักข่าวสนใจเรื่องการผ่าตัด จึงมาขอสัมภาษณ์

“ผมเป็นนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ฮันซองครับ ไม่ทราบว่าทำไมคนไข้ของเจจุงวอน ถึงมารักษาที่โรงพยาบาลฮันซองครับ”

วาตานาเบ้เห็นเป็นจังหวะที่จะยัดเยียดข้อหา ฮวางจอง “ครับ เพราะว่าทางเจจุงวอนวินิจฉัยโรค ว่าคนไข้ท่านนี้มีอาการของลำไส้ทะลุ แต่แพทย์เบ๊กของเราวินิจฉัยว่า อาการน่าจะเกิดจากเยื่อบุ กระเพาะคนไข้ทะลุมากกว่า ดังนั้นเราจึงใช้เครื่องเอกซเรย์มาฉายดู ผลออกมาว่าเกิดจากกระเพาะทะลุจริง ๆ ดังนั้นพวกผมจึงได้ทำการผ่าตัดกันทันที”

“อ้อ แบบงี้นี่เอง เพราะหมอฮวางของเจจุงวอนวินิจฉัยโรคผิดไป จึงทำให้คนไข้ต้องมารักษาที่นี่” คนที่ยืนฟังอยู่ด้วยก็โวยวายขึ้นมา

“ไฮ้ จะพูดอย่างนั้นก็ได้ครับ” วาตานาเบ้ยิ้มมีแผน

ข่าวเรื่องฮวางจองวินิจฉัยโรคของอียงอิกผิด แต่เมื่อส่งไปโรงพยาบาลฮันซองก็วินิจฉัยโรคถูก และผ่าตัดที่โรงพยาบาลญี่ปุ่นจนอาการปลอดภัย ล่วงรู้ถึงพระเจ้าโกจง ฮวางจองจึงถูกเรียกมา ตำหนิ

“แค่ก ๆ เฮ้อ.. ตอนแรกคิดว่ามาอยู่ที่นี่แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แต่คงไม่ใช่ ถึงตัวข้าจะมาอยู่ที่นี่ แต่สภาพการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย”

“เสด็จพ่อ อย่างน้อยเราก็ได้กำจัดกลุ่มที่หนุนพวกญี่ปุ่นออกไป แค่นี้ก็ถือว่ามีความหมายแล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้พึ่งจะเป็นการเริ่ม” องค์รัชผู้สืบสกุลกราบทูล

“ใช่พ่ะย่ะค่ะ รัชผู้สืบสกุลตรัสถูกต้อง สภาพการณ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”

“ได้ยินว่าเจ้าวินิจฉัยโรคผิด เลยทำให้ เจ้ากรมต่างประเทศต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลฮันซอง”

ฮวางจองสีหน้าไม่ดีนัก “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท โชคยังดีที่ไปถึงตรงนั้นแล้ว ได้รู้อาการที่ถูกต้องแล้วผ่าตัดได้สำเร็จพ่ะย่ะค่ะ”

“แปลว่าหมอโรงพยาบาลฮันซอง มีทักษะมากกว่าหมอของเจจุงวอนงั้นรึ?” พระเจ้าโกจงกริ้ว

“ฝ่าบาท ขอประทานอภัยที่ต้องกราบทูลว่า ความถนัดของโรงพยาบาลฮันซองกับเจจุงวอน คงบอกไม่ได้ว่าใครเหนือกว่าใครพ่ะย่ะค่ะ แต่โรงพยาบาลฮันซอง มีเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดอย่างเครื่องเอกซเรย์อยู่ ที่สามารถฉายดูสาเหตุของอาการเจ็บป่วยได้แม่นยำ” ฮวางจองกราบทูลตามความเป็นจริง

“แปลว่า เพื่อให้ต้องการตรวจให้แน่ใจจึงไปโรงพยาบาลฮันซอง รวมทั้งทำการผ่าตัดตรงนั้นเลยใช่รึเปล่า?”

“ใช่พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“ถึงจะไม่รู้ว่าเจ้าเครื่องที่ว่านั่นคืออะไร แต่เจจุงวอนต้องมีหมอที่มีความเชี่ยวชาญและความรู้ ที่เหนือกว่าเครื่องเอกซเรย์ เพื่อให้ยกระดับการรักษาให้สูงขึ้นให้ได้”

“กระหม่อมจะทำตามพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”

“อีกอย่างต่อให้ไม่อาจตัดสินโรคได้แน่ชัด ก็ไม่ควรส่งไปที่โรงพยาบาลฮันซอง เพราะมันเป็นสิ่งที่ขัดต่อความปรารถนาของข้า” พระเจ้าโกจงตรัส

“พอเสด็จพ่อได้ยินว่าเจ้ากรมต่างประเทศไปรักษาที่โรงพยาบาลฮันซอง ก็อาหารไม่ย่อยเลย ต่อไปอย่าให้เกิดเหตุแบบงี้อีก เข้าใจรึยังหะ?” องค์รัชผู้สืบสกุลตรัสย้ำ

“พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชผู้สืบสกุล”

ซ๊อกรันและฮวางจองเป็นห่วงพระราชามากที่พระองค์ไม่ยอมเสวยโอสถ ขุนนางเมื่อเห็นฮวางจองมาจึงเชิญไปที่บ้านซึ่งลองต้มยาจีนเพื่อให้รักษาอาการของพระราชา

“ใต้เท้าทำของพวกนี้ นับจากไหร่ครับ?” ฮวางจองเห็นก็รีบถาม

“ฮะ ๆ ๆ ก็เพราะได้แพทย์ยู กับ ผอ. เอวิสันช่วยเหลือ จึงทำสำเร็จ ข้า..ก็ดูและเอาอย่างมาจากเจจุงวอนนี่แหละ อ้อ รอเดี๋ยวนะ ฮอนโฮแซง โกฐเขมา เปลือกส้ม และก็ฮูพัค นำมาต้มรวมกันกรองเอาน้ำมา แล้วใส่ยาที่นำเข้าผสมลงไปในนี้ ก็เป็นอันเรียบร้อย” ขุนนางสั่งการ

“ท่านตวงส่วนผสมที่แน่ๆรึเปล่าคะ?” ซ๊อกรันถามขึ้น

“ต้องตวงสิ เมื่อก่อนใช้สายตาวัดเอา แต่รสชาติมันก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวเสีย แต่ตอนนี้ มันเริ่มพอดีแล้ว”

จอมโจรโค่นยุทธภพ

ช่อง 7 สี ขอนำคุณผู้ชมร่วมสนุกสนานและเฮฮาไปกับ จอมโจรโค่นยุทธภพ (SHI QIAN,FLEA ON DRUM) ภาพยนตร์จีนแอคชัน คอเมดี ย้อนยุคที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมโบราณอันเลื่องชื่อ “WATER MARGIN” เรื่องราวของ สือเชียน ชายชายหนุ่มผู้มีวิทยายุทธ์สะท้านฟ้า คล่องแคล่ว ปราดเปรียว ว่องไว พลิ้วไหว อย่างกับตัวหมัดที่อยู่บนกลอง ทั้งยังเป็นจอมโจรที่มีทักษะการขโมยเป็นเลิศ เขาโด่งดังมาก จนได้เป็นถึง 1 ใน 108 จอมยุทธแห่งเขาเหลียงซาน ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ดูน่ารักและน่าชื่นชมเสมอ โชคชะตาทำให้เขาต้องมาพัวพันกับการโจรกรรมอันแสนวุ่นวาย มาเอาใจช่วยจอมโจรคนนี้ได้ใน จอมโจรโค่นยุทธภพ (SHI QIAN,FLEA ON DRUM) ภาพยนตร์ชุดในโปรแกรมเด็ดภาคดึกทุกคืนวันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 03.35 น. เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2555

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ ทูตของซีเหลียง นำของกำนัลอันล้ำค่ามาถวายแด่องค์ฮ่องเต้ แต่ระหว่างทางถูกกลุ่มของ ถิงอี้ โจรมืออาชีพดักปล้นและรังแกจนเสียชีวิต ก่อนตายท่านทูตได้มอบของกำนัลอันล้ำค่าชิ้นนี้ให้แก่ ผู้ว่าโจว โดยหวังจะให้ ผู้ว่าโจว นำไปถวายให้กับองค์ฮ่องเต้ หยางสง มือปราบชื่อดังจึงรับอาสาจะเป็นคนจะนำไปถวายให้กับฮ่องเต้ แต่ ผู้ว่าโจว กลับยึดของกำนัลล้ำค่านั้นไว้เพื่อให้หวังจะใช้เป็นเครื่องหลอกล่อกลุ่มโจรออกมา

กลุ่มโจร ถิงอี้ ซึ่งประกอบด้วย เหลียนเอ๋อ และ จู้หลง พยายามหาทางชิงของกำนัลล้ำค่าชิ้นนั้นให้ได้อีกที จึงแฝงตัวเผ่านาในเมืองและพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ที่ซึ่ง สือเชียน เป็นเสี่ยวเอ้ออยู่ เมื่อ สือเชียน ได้พบกับ เหลียนเอ๋อ เขาก็ตกหลุมรักนางทันที และพยายามใกล้ชิดนาง จนไปล่วงรู้ความลับของกลุ่มโจร ถิงอี้ ว่ากำลังคิดแผนขโมยของกำนัลล้ำค่าชิ้นสำคัญ จนทำให้ สือเชียน ต้องมาพัวพันกับการโจรกรรมคราวนี้ ด้วยทักษะ และความสามารถอันเก่งฉกาจของ สือเชียน เขาจะสามารถช่วงชิงของกำนัลล้ำค่าชิ้นสำคัญคืนมาได้ไหม แล้วของสิ่งนั้นจะถึงมือฮ่องเต้ได้อย่างไรติดตามได้ใน จอมโจรโค่นยุทธภพ

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า ตอนที่ 9.1

เฮวอนเองก็อยู่ในสภาพตกตะลึงเมื่อเห็นรอยสักอักษร "ทาส" บนหน้าผากของแทฮา แม้แทฮาจะห่วงความรู้สึกของเฮวอน แต่เขาก็ไม่มีเวลาอธิบาย เพราะนักฆ่าสาวยูนจียังคงตามมาจู่โจมด้วยมีดสั้น แทฮาพยายามบ่ายเบี่ยงและปัดป้องด้วยมือเปล่า แต่ยูนจีก็ตามมากระหน่ำแทงแบบไม่ยั้ง แทฮาจึงใช้มีดสั้นในมือยูนจีเป็นอาวุธ เขาจับข้อมือคุณไว้แล้วบิดแขน คุณจึงต้องหมุนตัวตาม เมื่อมองว่าปลายมีดหันเข้าหาตัวยูนจีแล้ว แทฮาก็รีบผลักแขนเพื่อให้ให้มีดแทงเข้าที่พุงท้องของคุณเอง

หลังฆ่ายูนจีแล้ว แทฮาก็คว้าข้อมือเฮวอนที่ยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง (เพราะเห็นแทฮามีรอยสัก แถมยังฆ่าคนให้เห็นต่อหน้าต่อตา) เฮวอนพยายามขัดขืนพลางเหลือบมองรอยสักบนหน้าผากแทฮา แทฮาไม่รอให้คุณถามและเขาเองก็ไม่มีเวลาอธิบาย จึงฉุดแขนเฮวอนให้รีบเดินทางต่อทันที

ส่วนแทกิลยังคงยืนตะลึงอย่างกับโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะหลังได้เห็นภาพวาดของเฮวอน เขาปล่อยตัวเองให้ดำดิ่งอยู่ในภวังค์และเอาแต่จ้องมองภาพวาดเฮวอนโดยไม่รับรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว (เหมือนทุกครั้งที่เห็นหรือคิดว่าเห็นทาสสาวออนยอน) 

เบ็กโฮโยนภาพวาดเฮวอนใส่แทกิลแล้วใช้ดาบฟันจนขาดเป็นสองท่อน จากนั้นก็ถือดาบพุ่งเข้าหาแทกิลที่ยังคงยืนนิ่ง ขณะที่เบ็กโฮกำลังจะฟันดาบลงบนร่างแทกิล อยู่ๆ ก็มีหอกพุ่งเผ่านาแทงทะลุหน้าอกด้านซ้ายของเขา เบ็กโฮถือดาบค้างตรงหน้าแทกิลชั่วขณะ และภาพที่เขาเห็นในตอนนั้นก็คือ ใบหน้าของนักล่าทาส อี แทกิลที่กำลังจ้องมองภาพวาดของเฮวอนแบบไม่ยอมละสายตา

เบ็กโฮก้มมองหอกที่แทงทะลุอก แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองแทกิลอีกที ก่อนจะทรุดนั่งลงกับพื้นด้วยน้ำตาคลอเบ้า เขาหันไปมองภาพวาดส่วนหนึ่งของเฮวอนที่ตกอยู่บนพื้น จากนั้นค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดูเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะขาดใจตาย 

ส่วนแทกิลก็หยิบภาพวาดอีกครึ่งหนึ่งขึ้นมาดูเช่นกัน เขาไม่รู้เลยว่าในเวลาเดียวกันนั้น ผู้หญิงที่ทั้งเขาและเบ็กโฮต่างหลงรักถึงขั้นยอมแลกด้วยชีวิต กำลังล่องเรือไปเกาะวอนโทกับแทฮา…ทาสหลบหนีที่เขากำลังตามไล่ล่า (ซึ่งหลงรักและพร้อมปกป้องเฮวอนด้วยเช่นกัน) 

แทกิลถือรูปเฮวอนไว้ในมือแล้วนั่งลงตรงหน้าศพเบ็กโฮ พลางถามสิ่งที่ตนอยากรู้แต่ยังไม่ทันได้ถามตอนที่เบ็กโฮยังมีชีวิตอยู่ว่า เขาเป็นใคร ตามหาออนยอน*ทำไม และใครเป็นคนสั่งให้มา เชพยายามเตือนสติแทกิลว่าเบ็กโฮตายแล้ว (เขาเป็นคนฆ่าเบ็กโฮเพื่อให้ช่วยชีวิตแทกิล) แทกิลบอกเชว่า เบ็กโฮมาตามหาออนยอน และยังรู้จักชื่อตนด้วย เชเห็นแทกิลยังคงกำคอเสื้อเบ็กโฮด้วยความเจ็บใจที่ไม่ได้รับคำตอบ จึงย้ำอีกทีว่าเบ็กโฮตายแล้ว และขอให้เขาปล่อยเบ็กโฮไปสู่สุขคติ 

* แทกิลรู้จักเฮวอนในฐานะทาสสาวออนยอน 

หลังสวดส่งวิญญาณและกล่าวคำขอขมาเบ็กโฮแล้ว เชก็เตือนให้ทุกคนรีบหนีก่อนเจ้าหน้าที่ทางการมาพบ แทกิลรีบค้นตัวเบ็กโฮเพื่อให้หาป้ายชื่อ ทำให้รู้ว่าเบ็กโฮมาจากหมู่บ้านมกโก ในเมืองยอจู เขาจึงคิดที่จะเดินทางไปตรงนั้นเพื่อให้ตามหาทาสสาวออนยอน

The Seasoning House

เรื่องของเรื่องก็คือมีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้เมื่อวาน ภายหลังที่พลัดมาเเล้วหลายครั้ง เดี๋ยวไม่ว่างบ้างเดี๋ยวไม่มีเวลาดูบ้าง ก็หลงๆลืมเรื่องนี้กันไป สบโอกาสเมื่อวานเลยหยิบมาเปิดดูสักหน่อยดีมากยิ่งกว่า เเรกๆที่ดูหนังก็ยังเฉื่อยๆ เรื่อยๆไม่มีอะไร เเต่ใจนะสิ เริ่มตกไปเรื่อยๆ ถึงขั้นเศร้าหดหู่เลยทีเดียว!! ขนาดรู้ว่ามันเป็นเเค่หนังนะยังสะเทือนใจขนาดนี้ถ้าเป็นเรื่องจริงที่เห็นกับตาตัวเองคงช็อกไม่หายเเน่ๆ หนังปูเรื่องมาได้ดี สะท้อนสังคมด้านมึดอีกด้านที่มีจริงๆบนโลกใบนี้ นั่นคือการจับคนมาค้าประเวณีเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน คือหนังเรื่องนี้คนโลกสวยห้ามดูเด็ดขาด มีช็อกเเน่นอน!! หนังตีเเผ่เรื่องการใช้ความรุนเเรงต่อเพศเเม่ได้อย่างน่าสงสารเเละเวทนาสุดๆ คือเเอดดูไปใจสั่นไป ขนาดเคยผ่านหนังเเนวโหดๆมาเยอะเเล้วนะ เเต่เรื่องนี้มันไม่ได้โหดธรรมดาๆเเล้วจบ มันมีสตอรี่ที่เล่าถึงความประพฤติต่อเพศหญิงที่ค่อนข้างป่าเถื่อนสุดๆ นั่นเเหละมันเลยทำให้เวลาดูจบเเล้วอารมณ์ของเเอดเลยไม่จบตาม!! มันยังหน่วงๆอยู่ในใจตลอด เเต่พอมาถึงฉากเเก้เเค้นเอาคืนจุดพีคของหนังเท่านั้นเเหละ โอยยยยยย….ขอบอกว่าเรื่องนี้เเม่ม..โหดโคตร มันส์ ล่ากันอุตลุดเลยทีเดียว เด็กสาวร่างบอบบางตัวเล็กกับชายชาติทหารร่างยักษ์ไล่ฆ่ากันชนิดที่ว่า ห้ามกระพริบตาเด็ดขาด สะใจเเอดสุดๆ ลุ้นเอาใจช่วยเด็กคนนี้เเบบนั่งไม่ติดเก้าอี้เลย 555 ใครที่ยังไม่เคยดูก็ลองไปหามาดูกันนะ บอกเลยมันส์ หดหู่ เเละสะใจในหนังเรื่องนี้เเน่นอน
#งดเเปะลิงค์หนังนะจ๊ะไปหาดูเอง

The Seasoning House ( แหกค่ายนรกทมิฬ) หนังระทึกขวัญเรื่องเยี่ยมที่เข้าฉายตามเทศกาลหนังมาเเล้วอย่างมาก ได้รับเสียงชื่นชมมาเยอะมากกกกก…. เเถมมีคนยกให้หนังเรื่องนี้เป็น 1 ใน 10 หนังโหด สะเทือนใจประจำปี 2012 กันเลยทีเดียว!! หนังนอกกระเเสที่คุณภาพดีเกินราคาอะไรประมาณนั้น โดยหนังเล่าเรื่องราวของเด็กผู้หญิงเป็นใบ้หูหนวกคนนึงที่สูญเสียครอบครัวอันเป็นที่รักไป (โดยเฉพาะเเม่ของนางของนาง ) เนื่องมาจากถูกไอ้พวกเเก๊งทหารป่าเถื่อนบุกมาฆ่าตาย เเล้วจับตัวนางไปขายยังซ่อง โชคยังดีที่เจ้าของซ่องเมตตานางมองว่านางว่านอนสอนง่ายเเละพิการ จึงเลี้ยงไว้เป็นทาสรับใช้คอยดูเเลซ่องเเห่งนี้ไม่ต้องรับเเขก เเต่สำหรับสาวคนอื่นๆในซ่องละก็ ต้องให้บริการผู้ชายทุกวัน วันละหลายครั้งด้วย ถ้าไม่ทำละก็จะเจอซ้อม เเต่เเล้ววันนึงเหมือนโชคเข้าข้างเด็กใบ้คนนี้หรืออย่างไรก็ไม่รู้ ไอ้พวกทหารที่เคยฆ่าเเม่นางดันวนเวียนมาใช้บริการที่นี่ นางเห็นเข้า บวกกับความเเค้นที่อัดอั้นอยู่ในใจมาตลอด จึงได้ประทุระเบิดขึ้น ณ บัดนั้น นางไม่รอช้า!! เตรียมไล่ล่าไล่ฆ่าทหารกลุ่มนี้ชนิดที่ว่าเด็กกว่าเเล้วไง ไม่สน!! ไม่ตายไม่เลิก!! มึงฆ่าเเม่กูได้….กูก็จะเฉือดมึงให้ตายอย่างทรมานได้เหมือนกัน!! เเล้วมาดูกันว่าบุตรสาวคนนี้นางจะเเก้เเค้นให้เเม่นางสำเร็จไหม ต้องดูเองจ้า หนังดีที่ไม่ควรพลาด!!

โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ โนบิตะสำรวจดินแดนจันทรา

โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ โนบิตะสำรวจแดนจันทรา คือ ผลงานลำดับที่ 39 ของโดราเอม่อนฉบับภาพยนตร์ กำกับโดย ชินโนะสุเกะ ยากุวะ (จากตอน บุกแดนมหัศจรรย์ เปโกะกับห้าสหายนักสำรวจ และ กำเนิดญี่ปุ่น) เขียนบทโดย สึจิมุระ มิตซึกิ เป็นภาพยนตร์ลำดับสุดท้ายของยุคเฮย์เซ ก่อนไปสู่ยุคเรวะ ที่หยิบนำเอาตอนสั้นจากมังงะตอน “เข็มขัดชมรมต่างความคิด” มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เนื้อเรื่องต้นฉบับที่ต่างจากการรีเมคแบบภาคก่อน ๆ สำหรับลายเส้นแบบใหม่ และทำรายได้ไปกว่า 2,000 ล้านกว่าบาทที่ญี่ปุ่น ได้เข้าฉายแล้วโดย Major Cineplex และ True corporation

ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานมากขนาดไหน โดราเอมอนก็อยู่ในใจของใครหลาย ๆ คนเสมอ กับเรื่องราวที่เรียบง่าย หรรษา ชวนให้อมยิ้ม และเปี่ยมด้วยจินตนาการอันกว้างไกลของฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ ที่ได้สรรค์สร้างขึ้นมา จนทำให้เจ้าแมวไม่มีหูโดนหนูไล่กัดสีฟ้าเป็นที่รู้จักและโด่งดัง และในเกือบทุก ๆ ปีก็จะมีภาพยนตร์ยาวออกมาฉาย ซึ่งนี่เป็นนัดแรกที่ผู้สร้างเลือกหยิบโลกใกล้ตัว อย่าง ตำนานบนดวงจันทร์มาถ่ายทอด และผสมผสานกับเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ที่เข้าถึงง่ายกว่าครั้งไหน ๆ และพร้อมจะเรียกน้ำตาผู้ชมอีกที…แต่ก่อนอื่นมาดูเรื่องย่อกันก่อนเลยดียิ่งกว่า

“โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ โนบิตะสำรวจแดนจันทรา เมื่อหุ่นยนต์สำรวจศึกษาและทำการค้นพบอะไรบางสิ่งบนดวงจันทร์ แล้วเกิดเหตุการณ์แปลกที่ทำให้ขาดการติดต่อ โนบิตะที่เห็นเหตุการณ์เพียงแค่แว้บเดียวก็เชื่อว่า มีกระต่ายบนดวงจันทร์ ซึ่งแน่ๆไม่มีใครเชื่อในจินตนาการของเขาเลยสักคน มีเพียงโดราเอมอนที่เข้าใจ และใช้ของวิเศษในการสร้างโลกที่มาจากความคิดของเขาขึ้นมา แตไม่นานผู้เรียนใหม่ก็ปรากฏตัวและเข้าหาพวกโนบิตะ พร้อมความลับบางสิ่งที่โลกไม่เคยรู้ ซึ่งนำมาซึ่งการผจญภัยที่จะพิสูจน์คำว่า มิตรภาพต่างดวงดาว ให้เป็นที่ประจักษ์อีกที”

โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ โนบิตะสำรวจแดนจันทรา แด่ความข้องเกี่ยวแห่งดวงจันทร์ รีวิว ไม่สปอยล์ 2
ทานแล้วนะคร้าบบ
ตำนานผสานวิทยาศาสตร์
นี่น่าจะเป็นนัดแรกที่เนื้อเรื่องของ โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ โนบิตะสำรวจแดนจันทรา ค่อนข้างเรียบง่าย เปี่ยมด้วยหัวใจของโดราเอมอนที่เคยขาดหายไป ไม่ว่าจะเป็นต้นเหตุจากเรื่องเล็ก ๆ จังหวะของเรื่องที่ชวนให้นึกถึงโดราเอมอนเดอะมูฟวี่อดีตกาล ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนชวนให้สงสัย เล่าเรื่องไปข้างหน้าอย่างไหลลื่น ไม่อืดอาด และพร้อมจะสร้างสภาพการณ์ที่ชวนให้ตื่นตาตลอดเวลา มีฉากดราม่า และ ฉากตลกโปกฮา สลับไปมาอยู่เรื่อย ๆ พร้อมยังหยิบเอาวิทยาศาสตร์ บอกเล่าระหว่างฉากที่มีความสำคัญกับเรื่องราว เหมือนโดราเอมอนมาเป็นครูสอนเด็กยังไงยังงั้นเลย แต่ไม่ต้องกลัวว่าเป็นการยัดเยียด เพราะใส่มาอย่างถูกจังหวะ มีความสมเหตุสมผลทางตำนานต่าง ๆ ของโลกมาบอกเล่าแบบง่าย ๆ กับตัวละคร ไม่มีพยายามปั้นเรื่องให้ดูเศร้า แต่จะผลักให้เราเดินหน้าไปกับตัวละครต่าง ๆ ในเรื่อง แน่ๆว่าไม่ได้มีอะไรที่หวือหวา แต่ก็รักษาหัวใจสำคัญของโดราเอมอนได้เป็นอย่างดี พูดได้ว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะดูไม่รู้เรื่อง

โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ โนบิตะสำรวจแดนจันทรา แด่ความเกี่ยวข้องแห่งดวงจันทร์ รีวิว ไม่สปอยล์ 3
มิตรภาพของโนบิตะ และ ลูกะ
ตัวละครมีเอกลักษณ์ และเปี่ยมด้วยสีสัน
ตัวละครหลักใน โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ โนบิตะสำรวจแดนจันทรา ก็ยังเป็นเหมือนเดิมแบบที่เรารู้จัก แต่เพิ่มเติมคือความคิดความอ่านมากขึ้น ไม่มีใครทำอะไรงี่เง่าน่าหงุดหงิด ทุกอย่างสมเหตุสมผล แถมยังเทน้ำหนักตัวละครอย่างพอดี มีซีนเป็นของตนเอง ตัวละครใหม่ที่โผล่มา ก็มีเสน่ห์ ลุ้นเอาใจช่วย เพียงในเวลาไม่กี่ฉาก มีมิติที่น่าสนใจที่ไม่ได้ดีที่สุด หรือ เลวที่สุด แต่มีเหตุผลที่ทั้งน่าสนใจ และไม่เห็นด้วย ซึ่งเหมือนเป็นการต่อยอดจากเดอะมูฟวี่ก่อน ๆ มาทำให้เดอะมูฟวี่ไม่จืด เดาง่ายเสมอไป

โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ โนบิตะสำรวจแดนจันทรา แด่ความเกี่ยวเนื่องแห่งดวงจันทร์ รีวิว ไม่สปอยล์ 4
ชิซึกะพร้อมสู้
ตัวละครสามารถพลิกไปมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนเจ้า มูนบิต กระต่ายบนดวงจันทร์สีชมพู ก็ออกมาโชว์ความน่ารักน่าเอ็นดูไร้เดียงสา และน่าเอ็นดู แต่ก็มีประโยชน์จนได้ใจคนดู เช่นเดียวกับ ตัวละครของลูกะ ที่มีปมเป็นของตนเอง และเคมีกับโนบิตะมาก จนทำให้มิตรภาพของพวกเขามั่นคงมาก ๆ ส่วนตัวร้ายของเรื่อง ก็ยังขาดมิติไม่ต่างกับเดอะมูฟวี่ที่ผ่านมา แต่อย่างว่าโดราเอมอน ไม่ได้ต้องการความซับซ้อน หรือ จริงจังอย่างมาก แค่ทำให้คนเชื่อในเรื่องก็พอ

โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ โนบิตะสำรวจแดนจันทรา แด่ความเกี่ยวพันแห่งดวงจันทร์ รีวิว ไม่สปอยล์ 5
เหล่ามูนบิตแสนน่ารัก
ดนตรีดี งานภาพเด่น นักพากย์ที่คุ้นเคย
เสียงประกอบของ โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ โนบิตะสำรวจแดนจันทรา เป็นเพลงบรรเลงเสริมฉากกำลังดี ให้อารมณ์เรียบง่าย แต่ก็มหัศจรรย์ โดยเฉพาะ เพลงที่สอดแทรกเผ่านาก็ช่วยผลักให้อารมณ์ของหนังมากขึ้น แถมที่ดีมาก ๆ คือ รอบนี้มีซับให้ในเพลงด้วย ทุกเพลง ส่วนงานภาพกล่าวได้ว่าสีสวยสด ไม่มีใบหน้า แอ็คติ้งแปลก ๆ ตัวละคร มุมภาพที่กว้างมากแบบที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน แถมยังเป็นธรรมชาติ ลื่นไหล เหมือนตัวละครมีชีวิตในแผ่นฟิลม์จริง ๆ

โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ โนบิตะสำรวจแดนจันทรา 
สึกิโนะ ลูกะ ตัวละครสำคัญของภาคนี้

ส่วนนักพากย์ทุกท่านก็ยังคงเป็นแบบเหมือนตอนที่เราเป็นเด็ก เสียงเป็นอย่างไร ก็ยังเป็นแบบที่เราคุ้นชิน และไม่อยากให้ใครมาแทนที่ อยากให้พากย์ตลอดไป แต่อาจจะมีนักพากย์ที่พากย์ตัวละครซ้ำ เป็นเรื่องปกติของการพากย์ไทย แต่ที่ยกความดีเลิศความชอบก็คงจะเป็น น้าผึ้ง ศรีอาภา เรือนนาค ผู้พากย์เป็นทั้งลูกะ และชิซึกะ ที่ให้อารมณ์ต่างกันเหมือนเดิม แม้จะไม่ได้พากย์ตัวละครเสริมมานานก็ตาม

นักพากย์เสริมรุ่นใหม่ก็ทำหน้าที่ได้ดี เพลงตอนจบอย่าง The Gift ของ ฮิราอิ ได ก็ชวนให้หวนนึกถึงอดีต นี่อาจเป็นเหตุผลที่เพลงดูเก่า ไม่ใช่สมัยใหม่ เพราะมันเป็นการหวนย้อนไปตอนที่เราดูโดราเอมอนมาตั้งแต่อายุน้อย จนบางคน เลขเท่าไหร่ ก็ยังไม่ลืม และไม่มีวันลืม พอเพลงนี้ขึ้นมาพร้อมซับคำแปล ผมนี่น้ำตาไหลเลย นึกถึงตอนที่ตัวเองยังเป็นเด็ก ตอนที่จินตนาการของคน ๆ หนึ่งมีความหมายมากกว่าสิ่งไหน

เพราะจินตนาการคือสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุด
นอกจากจะดูง่าย สนุกสนาน แบบที่แฟนโดราเอมอนคุ้นเคยแล้ว ยังแฝงด้วยใจความสำคัญสำคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของจินตนาการ เรื่องของมิตรภาพ เรื่องของผู้นำ เรื่องของการเสียสละ ประวัติศาสตร์โลก ซึ่งแม้จะไม่ได้แปลกใหม่ แต่ยังคงทำให้คนดูเข้าใจและกินใจได้เหมือนเดิม หยิบเอารูปแบบของเดอะมูฟวี่ภาคก่อน ๆ และมังงะ มานำเสนอใหม่ ใครได้ดูมาคงว้าวน่าดู ทฤษฏีต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นบนโลกที่มันคือเรื่องของอดีต พูดได้ว่าถ้าเด็กได้ดูเรื่องนี้แล้วตั้งอกตั้งใจฟังดี ๆ จะได้อะไรหลายอย่างเยอะมาก เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ที่ดูไปอาจน้ำตาซึม และทึ่งกับความเรียบง่ายและจับใจคนดูตั้งแต่ต้นจนฉากสุดท้ายของเรื่อง เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่คู่ควรแก่การได้รับคำชมจริง ๆ

โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ โนบิตะสำรวจแดนจันทรา 
Doraemon The Movie 2019
โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ แห่งมิตรภาพและดวงจันทร์
โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ ถือเป็นอีกภาคที่อาจจะไม่ได้ซึ้งจนน้ำตาไหล แต่ก็เปี่ยมล้นด้วยหัวใจและความทรงจำอันงดงาม เสมือนการเดินทางจากโลกสู่ดวงจันทร์ และพร้อมจะเป็นเพื่อให้นที่คอยช่วยให้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าจินตนาการไม่มีความหมายได้หวนย้อนกลับไปค้นหาตัวเองแบบตอนเด็ก ๆ อีกรอบ และแนะนำว่าควรไปดูกันเป็นครอบครัว เพิ่มพลังสายสัมพันธ์ของครอบครัว ผู้ชมทุกเพศทุกวัยและแฟนโดราเอมอนทุกคนไม่ควรภาคนี้อย่างมากครับ

HELLO WORLD เพราะโลกนี้ ต้องมีเธอ

HELLO WORLD คุณ.ฉัน.โลก.เรา เป็นผลงานภาพยนตร์อนิเมชั่นแนวไซไฟโรแมนติกดราม่า ที่เหมือนจะแปลงเป็นอะไรที่เฝือสำหรับคนที่พึ่งจะได้สัมผัสงานของมาโกโตะ ชิงไก ทั้งลักษณะตัวอย่างที่ตัดออกมา ทั้งท่าทางตัวละครที่ผู้คนจำนวนมากมองว่ามันไม่ดีเอาซะเลย แต่ในเมื่อเรื่องนี้ โทโมฮิโกะ อิโต้ จาก Sword Art Online Movie: Ordinal Scale มันก็ย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว โดยงานนี้ต้องบอกก่อนเลยว่า มีคนไทยร่วมทำด้วย ใครได้ไปดูจนจบเครดิต ก็หาชื่อให้เจอนะครับ555 ใครที่อยากทราบเกร็ดเพิ่มเติม อ่าน ที่นี่ ก่อนได้ ส่วน 3D ก็จัดเต็มโดยเอนจิ้น UNITY ที่เกมเมอร์ทั้งหลายรู้จักดี เพราะเกมสมัยนี้ผ่านเอนจิ้นนี้มาหมดแล้วทั้งนั้น เมื่อมันมาสู่หนังใหญ่มันจะออกมาเป็นยังไง แล้วเรื่องราวของความรักนี้มันพิเศษกว่าเรื่องอื่นยังไง มาอ่านเรื่องย่อกันก่อน

“ปี 2027 ณ เกียวโต ญี่ปุ่น วันหนึ่งของ นาโอมิ คาตางากิ เด็กชายหนุ่มม.ปลายธรรมดาที่ไม่กล้าทำอะไร วัน ๆ เอาแต่อ่านหนังสือและหวังว่าชีวิตของตนจะมีความหมายมากกว่าการกลืนไปกับสังคม ทว่าจู่ ๆ ก็ดันมีตัวเองจากในอนาคตมาบอกว่าเขาจำเป็นต้องเป็นแฟนกับ อิจิเกียว รูริ เพื่อให้นร่วมชั้น ผู้ไม่เข้าสังคม และดูเป็นคนน่ากลัวจนเขายังไม่กล้าเข้าใกล้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเกี่ยวข้องที่ค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ ทำให้หัวใจเขาเปลี่ยนใจ แต่มันกลับมาพร้อมความจริงอันน่าตกอกตกใจว่า อีกสามเดือนข้างหน้า รูริ ต้องตายโดยเหตุการณ์แปลก และมีเพียงแค่นาโอมิ เพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะหยุดเหตุการณ์นี้ได้ แต่ทว่านาโอมิไม่ได้ตระหนักเลยว่า ทุกสิ่ง มีราคาต้องจ่าย โลกของเขาเอง…”

 

เฮลโลเวิลด์
นาโอมิ คาตางากิสองยุค กับ เป้าหมายช่วยคนรัก
HELLO WORLD สวัสดีโลกนี้
การเล่าเรื่องเป็นไปอย่างรวบรัด ไม่ค่อยทิ้งจังหวะยืดเยื้อหรืออะไรที่เสียเวลา แต่จะมีอะไรที่เราจะสงสัย หรืองงงวยในตอนแรกซึ่งไม่ต้องตระหนกตกใจ เพราะหนังจงใจให้ผู้ชมรู้สึกแบบเดียวกับตัวละคร เหตุการณ์แต่ล่ะอย่างที่ถูกรังสรรค์ไว้ไม่ให้ซับซ้อน ทำให้ในแง่ของมุมมองตัวละครจะค่อนข้างแคบไปสักหน่อย แต่แม้จะเป็นยังงั้น หนังก็ยังทำหน้าที่ในการพาคนดูค่อย ๆ ไปสัมผัสชีวิตประจำวันของตัวละคร และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ก่อนจะโยนเหตุการณ์ที่เรียกว่า “คาดเดาไม่ได้” ใส่เป็นระยะ ๆ กล่าวได้ว่าดูไปเรื่อย ๆ ยังไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังมันจะมาอยู่ในสภาวะตอนนั้นได้

HELLO WORLD
นาโอมิ คาตางากิ และ อิจิเกียว รูริ
แต่นอกจากสามตัวละครหลักในโปสเตอร์อย่าง อย่าง นาโอมิ ที่ตอนแรกมาเป็นตัวละครแนวผู้ชายธรรมดา แต่ก็ถูกเล่าไม่ให้ซ้ำซากจนเกินไป รูริที่ออกมาโปรยเสน่ห์ความน่ารักให้คนอีกหลายๆคนได้อมยิ้ม มีติดตลกหน่อย ๆ หรือเซนเซย์ ตัวนาโอมิจากอนาคตในสิบปีที่เป็นตัวละครผู้ใหญ่ที่สุดในเรื่องแล้ว ก็ไม่มีตัวละครไหนที่น่าจดจำเลย ตัวละครค่อนข้างจะแบน ออกมาเพื่อให้เป็นแบบนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ได้มีส่วนอะไรกับเนื้อเรื่องโดยเฉพาะบทของ มิเรอิ คาเดโนะโคจิ ที่ออกมาแจกความสดใส ไม่ได้มีอะไรเลย แต่ก็ทำให้เรื่องราวไปข้างหน้า โดยไม่ต้องสำรวจอะไรอย่างมาก ฉะนั้นแล้วเนื้อเรื่องจึงไม่มีการหยุดพักหรือมีฉากเนือยเลยสักฉาก (ในความคิดผม) เพราะงั้นขอแนะนำให้อย่าละสายตาแม้แต่ฉากเดียวดีมากยิ่งกว่า ไม่งั้นอาจจะงงได้

HELLO WORLD สวัสดีท้องฟ้าสีคราม
ไม่เทียบกับงานอนิเมชั่นอื่น ๆ ที่ผ่านมาแล้ว ต้องบอกว่างานภาพของเรื่องโดดเด่นขึ้นมากว่าปกตินิดหน่อย เพราะในช่วงแรกของหนัง การเคลื่อนไหวของตัวละครจะค่อนข้างแปลก ๆ กล่าวได้ว่าโดดจากทัศนียภาพของฉากที่ธรรมชาติดูจะเนียนกว่า เลยก็ว่าได้ แต่เหมือนพอปรับสายตา หรือ เข้าเนื้อเรื่องได้และจะชินเอง งานสิ่งก่อสร้าง ตึกรามบ้านช่องสวยงาม แต่ดูโดด ๆ เพราะงานนี้เป็นงานที่ผสมผสานความเป็นอนิเมชั่นแบบ 2D ที่ออกมากับ 3D จากการโปรแกรมที่พอออกมาในแต่ละฉากก็ว้าวใช้ได้ ไหนจะฉากที่เต็มไปด้วยแสงสีก็ทำออกมาได้อย่างน่าพิศวงและอัศจรรย์ เพราะเหมือนเอางานเก่าของผู้กำกับมาต่อยอดให้มีความจัดเต็ม เล่นใหญ่ขึ้น แต่ภาพก็ยังเคลื่อนไหวแปลก ๆ อยู่ดี ซึ่งในช่วงหนึ่งของหนังมันจะค่อนข้างกระตุก ๆ แบบงานที่เหมือนอยู่ผิดฝั่งไม่ค่อยกลมกลืนกับภาพ แต่ตอนนั้นชินแล้ว เลยไม่มีปัญหาอะไรมาก

รีวิว HELLO WORLD คุณ.ฉัน.โลก.เรา
รีวิว HELLO WORLD คุณ.ฉัน.โลก.เรา
สวัสดีเสียงอันแผ่วเบา
กล่าวได้ว่าเตรียมใจไปฟังเพลงประกอบภาพยนตร์เลยก็ว่าได้ เพราะเห็นโปรโมททีมประพันธ์เพลงอย่าง 2027 Sound ที่ได้หยิบเอาวงดนตรี นักร้องมือฉมัง (ที่กำลังมีชื่อ) มาร่วมกันทำให้หนังเรื่องนี้ ฟังไปเหมือนจะดีแต่เมื่อมันมาถูกเล่นในหนังมันกลับผิดจังหวะ และไม่ค่อยช่วยเสริมหนังเลย ใช่เพลงเพราะ ดนตรีดี แต่บางฉากตัวละครพูดมันกลับไม่สม่ำเสมอกับตัวละคร เราไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ได้เลย หรือแม้แต่เพลงยกหลักสามเพลงก็ไม่ได้ช่วยขับเคลื่อนหนังได้ดีเท่าที่ควร แม้เพลงมันจะมีจังหวะหรือเนื้อหากับหนังมากมากแค่ไหนก็ตาม

HELLO WORLD เพราะโลกนี้ ต้องมีคุณ รีวิว ไม่สปอยล์ 1
รีวิว HELLO WORLD คุณ.ฉัน.โลก.เรา

โดยเฉพาะเพลง Yesterday ของวง Official髭男dism ที่ตอนฟังรู้สึกอินมาก ๆ แต่กลับถูกใช้ในฉากธรรมดาที่ไม่มีผลกับเนื้อเรื่องอย่างน่าเศร้าใจ ทั้ง ๆ ที่เพลงเอื้อให้หนังเล่นอะไรได้เยอะกว่านี้มาก ทว่าในช่วงสุดท้ายของเรื่องเพลงกลับเด่นมาก เด่นจน น่าแปลกใจ ยิ่งเพลง Lost Game ของ Nulbarich ในฉากไคลแม็กซ์ของเรื่องคือ กลับมาได้อย่างงดงามพร้อมกับเพลงประกอบเอนเครดิตอย่าง Shinsekai (New World) โดยวง OKAMOTO’S ที่มงคลทำดีมากที่มีซับไทยให้เป็นเพลงสุดท้าย -_-

HELLO WORLD เพราะโลกนี้ ต้องมีคุณ รีวิว ไม่สปอยล์ 2
กลุ่มผู้รังสรรค์เพลงประกอบให้ภาพยนตร์เรื่องนี้
 

สวัสดี โปรแกรมล้ำ พลิกอนาคต
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่ามีความทะเยอทะยานต่อหลักสำคัญในเรื่องมาก “โลก” ในหนังเรื่องนี้ถูกใช้ทั้งในนามธรรมและรูปธรรม สำหรับเรา คน ๆ หนึ่งที่เรารัก อาจเป็นโลกทั้งใบที่เราไม่อยากปล่อยให้มันหายไป หรือแม้แต่โลกที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้มันเป็นสิ่งที่เรายอมรับได้ไหม แล้วเราจะพยายามทำมันให้ดีเพียงใดหรือแม้แต่ความรักที่ต้องมีความรู้สึกเดียวกัน ถึงจะไปกันรอด ความรักมันผลักดันมนุษย์เราให้ไปได้ไกลเหมือนกับตัวละครในเรื่องจริง ๆHELLO WORLD เพราะโลกนี้ ต้องมีคุณ รีวิว ไม่สปอยล์ 3หยิบจับองค์ประกอบไซไฟ ทั้งเทคโนโลยี และวิทยาการที่ไม่สามารถกล่าวถึงได้ เพราะจะเป็นการสปอยล์ มันคือการหยิบเอา ตอนใดตอนหนึ่งของ Black Mirror มาผสมกับ Inception เทความเป็นอนิเมชั่นแบบญี่ปุ่นลงไป ก็คือเรื่องนี้เนี่ยแหล่ะ แต่หนังก็ไม่ได้จะทะเยอทะยานจนต้องปีนบันไดดู เพราะหนังค่อนข้างจะมีคำอธิบายที่ชัดเจน แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องใช้ความรู้ และจุดสังเกตให้ดี ๆ มันอาจจะไม่ได้ถึงขั้นผ่านจักรวาลอะไรขนาดนั้น แต่ใกล้เคียงอยู่พอสมควร ที่ดูจบแล้วอาจต้องคิดตาม แต่ถ้าชมภาพยนตร์ไซไฟมาเยอะ ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ผมว่ามาน่าจะเข้าใจดี

HELLO WORLD สวัสดี ปรัชญา และ ความรัก
ภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างจะเน้นปรัชญาความรักผสมผสานกับไซไฟแต่ถูกเล่าออกมาในแบบ Coming of Age ที่เข้าใจได้ไม่ซับซ้อน แต่เพราะมีการเล่าเรื่องที่รวบรัด ฉับไว ทำให้จูนหนังยากไปนิด แต่ถ้าดูจนจบน้ำตาอาจไหลออกมาไม่รู้สึกตัวก็ได้ เพราะการขยี้ข้อความสำคัญจริง ๆ ก็คือช่วงท้าย ๆ ของเรื่อง เป็นภาพยนตร์ที่ไซไฟจ๋าแต่ฉาบด้วยเรื่องราวแบบอนิเมชั่นญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่เปี่ยมด้วยฉากสุดโรแมนติก กินใจ และซาบซึ้ง แอบมีมุกตลกพอขำ ๆ นิด ซึ่งถือว่าผู้กำกับ โทโมฮิโกะ อิโต้ สามารถสร้างความแปลกใหม่ทั้งงานภาพผสมผสาน และเนื้อเรื่องที่สุดจะทะเยอทะยานให้ออกมาเป็นโลกที่ผู้ชมสามารถพอจะเข้าไปอยู่ในนั้นได้พอสมควร อาจจะมีปัญหาในส่วนของเพลงที่ออกมาเป็นรองที่ควรอย่างน่าเสียดาย แต่ก็เป็นงานที่น่าจับตามองไม่แพ้กับภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องอื่นเลยครับ

Ashfall นรกล้างเมือง

เรื่องย่อ Ashfall นรกล้างเมือง
ในที่สุดภูเขาไฟแพ็กตู ภูเขาไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรเกาหลี ก็ปะทุขึ้นอีกรอบหลังจากผ่านมามากกว่า 1,000ปี เหตุการณ์นี้ถูกหยิบยกมาโดย ดร.คัง บงแร(มา ดงซอก จาก Train to Busan) แต่ในนัดแรกไม่มีใครเชื่อ(ตามสูตร) จนเมื่อการปะทุนัดแรกเกิดขึ้นสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับทั้งคาบสมุทร โจ อินชาง(ฮา จองอู จาก Along With the Gods) เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดความสามารถดีถูกเรียกมาดำเนินการณ์กู้โลกครั้งสุดท้ายก่อนปลดประจำการ โดยมีความปลอดภัยของ ชอย จียอง(แบ ซูจี จาก Vagabond) เป็นประกัน

Ashfall
มา ดงซอก เปิดคัวได้อย่างเท่เสมอ
Paektu Mountain
[รีวิว] Ashfall นรกล้างเมือง – เมื่อเทพสูงสุดของเกาหลีตื่นขึ้นด้วยความพิโรธ 1

ภูเขาไฟแพ็กตู ถือเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเกาหลี เพราะนอกจากความยิ่งใหญ่ของขนาดภูเขาและขนาดของแรงระเบิดแล้ว ยังมีเรื่องเล่าที่ว่าที่ภูเขานี้ถือเป็นจุดกำเนิดของชาวเกาหลีเลย (ที่เกาหลีเหนือมีการสร้างเรื่องเล่าอย่างมากเกี่ยวกับภูเขานี้ แต่ขอไม่พูดในบทความนี้นะครับ)
ภูเขาไฟแพ็กตู เป็นเขตพรหมแดนธรรมชาติระหว่างเกาหลีเหนือและจีน  (ฝั่งจีนเรียกว่า ฉางไป๋ซาน) สามารถขึ้นได้จากทั้งฝั่งจีน และเกาหลีเหนือ แต่ทางเกาหลีเหนือจะมีที่ทางเข้าชมสมุทรสาบสวรรค์ สมุทรสาบบนปากปล่องภูเขาไฟได้ดียิ่งกว่า ส่วนคนเกาหลีใต้ที่ต้องการจะมาเยี่ยมภูเขานี้สักครั้งส่วนมากจำเป็นจะต้องขึ้นจากฝั่งจีน
เพราะความสูงที่สูงมาก และทำเลที่ตั้งทำให้ภูเขาแพ็กตูนั้นถูกปกคลุมด้วยหิมะยาวนานถึง 8 เดือนใน 1 ปี การปะทุครั้งปัจจุบันเกิดเมื่อปี ค.ศ. 946 การปะทุครั้งนั้นถือเป็นการปะทุที่ร้ายแรงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก แบบที่ว่าขี้เถ้าจากการปะทุนั้นลอยไกลไปถึงญี่ปุ่นเลยทีเดียว สมุทรสาบสวรรค์บนปากปล่องเองก็ถือกำเนิดขึ้นหลังจากการปะทุครั้งนั้น จนทุกวันนี้ว่ากันว่าภูเขาไฟแพ็กตูนั้น ยังไม่ดับ!

ภูเขาไฟระเบิดเมือง สะเทือนโลก แต่..
[รีวิว] Ashfall นรกล้างเมือง – เมื่อเทพสูงสุดของเกาหลีตื่นขึ้นด้วยความพิโรธ 2
นรกล้างเมือง จริงๆ
เอาครับมาเข้าเรื่องกัน อย่างที่บอกครับผมค่อนข้างชอบดูหนังภัยพิบัติโดยเฉพาะจากธรรมชาติ และ Ashfall เองก็ปูเรื่องมาได้น่าสนใจมาก มีการเล่าเรื่องที่แตกต่างจากหนังภูเขาไฟระเบิดเรื่องก่อนๆ เยอะ ทฤษฏีที่นำมาใช้ก็ดูดีอย่างเช่น การปะทุจะแบ่งออกเป็น 4 ครั้ง ตามชั้นลาวาที่อยู่ใต้ภูเขา นัดแรกจะร้ายแรงเป็นชั้น 2 ครั้งที่ 2 และ 3 จะเบาลงหน่อย ส่วนครั้งสุดท้ายครั้งที่ 4 จะเป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่แบบที่ไม่มีใครสามารถจินตนาการได้ หนังไม่เลือกที่จะหนีหรือ อพยพแบบหนังเรื่องอื่นๆ แต่เลือกที่จะทำภารกิจกู้โลกอย่างการหยุดยั้งการระเบิดแทนซึ่งทฤษฏีที่นำมาใช้ก็ยังน่าสนใจอยู่อีกเช่นกัน คือการเจาะรูให้ลาวาไหลออกจากชั้นที่ 4 ให้ได้มากที่สุด ทำให้ลดความดันและแรงระเบิดลง ทุกอย่างวางมาดี ปัญหาหรืออุปสรรค์ที่เกิดขึ้นก็ดูโอเค การแก้สภาพการณ์ต่างๆ ส่งให้ Ashfall เป็นหนังแอ็กชั่นดีๆ ได้เลย และด้วย CG ระดับสุดยอดผมก็บอกได้เลยว่า  หนังเรื่องนี้คุ้มค่าตั๋วอยู่ครับไปดูได้
แต่เพราะการเล่าเรื่องที่แปลกๆ นี่แหละ พอผมออกมาจากโรงและนั่งคิดทบทวนดีๆ ก็ความคิดว่ามีหนังมีคอนเซ็ปต์แปลกๆ ในการนำเสนอมากเกินไปหน่อยจนทำให้มันดูขัดๆ และมีช่องโหว่เยอะเลย (แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็โอเคนะครับ) ผมจึงกะว่าจะขอใช้ที่ทางตรงแชร์สิ่งที่ผมรู้สึกมันทำให้หนังไปไม่ค่อยสุดทางเท่าไหร่ละกันนะครับ

ชั้นแรกเลย หนังเลือกที่จะเน้นค่อนไปทางดราม่ามากกว่า การนำเสนอความหายนะแบบที่หนังแนวนี้ทำกัน ซึ่งมันทำให้หลายๆ อย่างในหนังเริ่มดูไม่เหมือนหนังภูเขาไฟระเบิดละ คือเรื่องอื่นๆ ชอบเริ่มด้วยสัญญาณนู่นนั่นนี่ แล้วช่วงที่มีสัญญาณเกิด อยากดราม่าอะไรก็จัดไป และพอหลังจากการระเบิดครั้งสุดท้ายซึ่งมาแน่ๆ เพราะมนุษย์ไม่สามารถยับยั้งอะไรพวกนี้ได้ ก็มาดูกันว่าเราจะเอาชีวิตรอดยังไง และทำอะไรต่อจากนั้น ซึ่งหนังภูเขาไฟระเบิดมีแค่นี้ก็สนุกแล้วจริงๆ นะ แต่พอ Ashfall เลือกที่จะแตกต่างจึงทำให้ฉากการระเบิดสุดท้ายที่ชอบเป็นไคล์แม็กซ์ของเรื่องหายไป เลยทำให้หนังมันเบาลงด้วย แม้หนังจะแลกด้วยการใส่ปัญหาใหม่ๆ ให้พระเอกได้ท้าทายเรื่อยๆ มันก็ยังไม่ยิ่งใหญ่เท่าฉากระเบิดครั้งสุดท้ายอยู่ดี แถมหนังเริ่มจะเป๋ไปทางดราม่า แอ็กชั่นซะมากกว่าอีก ตรงนี้ก็รู้สึกผิดจุดมุ่งหมายนิดๆ ละ

[รีวิว] Ashfall นรกล้างเมือง – เมื่อเทพสูงสุดของเกาหลีตื่นขึ้นด้วยความพิโรธ 3
ซูจี เรื่องนี้สวยมากแม้จะท้องอยู่
ต่อมากคือความไร้เหตุผลและที่มาที่ไปของเรื่องราวหลายๆ เรื่อง เช่น ภูเขาเนี่ยอยู่ที่พรหมแดนของ เกาหลีเหนือ และจีน แต่คนเดือดร้อนดันเป็นเกาหลีใต้ แถมจีน กับเกาหลีเหนือดูจะไม่สนใจทำอะไรเลยด้วยซ้ำ เฮ้ย! เดี๋ยว! โอเค  เกาหลีเหนือมันประเทศลับแล ยกทิ้งไปก่อนเลยได้ แต่จีนเนี่ย โคตรมหาอำนาจ แถมเจ้าภูเขาก็อยู่ไม่ห่างปักกิ่งสักเท่าไหร่หรอก พอๆ กับโซลนั่นแหละ ไหงไม่ทำอะไรเลยหว่า? คือถึงคุณจะเป็นหนังเกาหลีใต้ แต่จะมาทำให้เกาหลีใต้เป็นพระเอกจ๋าๆ อย่างนี้ไม่ได้นะ นี่มันหนังภัยพิบัติ ปกติถ้ามันเกิดประชาคมโลกก็ชอบเผ่านารุมช่วยกันเพื่อให้เอาหน้าอยู่แล้ว ดูอย่างไฟไหม้ออสเตรเลียตอนนี้สิ แต่ในหนังนี้อะไร เกาหลีเหนือนอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังไม่ยอมเปิดทางให้เกาหลีใต้เขามาทำภารกิจอีก (เกาหลีใต้ส่งทีมบินไปเรือบินก็ถูดยิงตก) จีนก็ไม่ทำอะไรมีมาแค่มาร์เฟียจีนจะมาขโมยระเบิดไปขายซะงั้นคือแกจะตายอยู่แล้วนะเว้ยอีก ไปถึง 1 ชั่วโมงจะระเบิดเนี่ยยังจะมาทำอะไรแถวตีนเขาไม่ทราบ อเมริกาหนักสุด ไม่ช่วยเรื่องหยุดภูเขาไฟทำแค่มาช่วยอพยพคนแต่เน้นคนอะเมริกันก่อนด้วย เกาหลีใต้จะเข้าไปยับยั้งการระเบิดของภูเขาที่เกาหลีเหนือก็ไม่ให้เข้าแบบเข้ายึดอาคารที่ว่าการเลย แถมที่เกาหลีเหนือยังมีกองกำลังของอเมริกาอยู่อีกเพียบ คอยขัดขวางทีมพระเอกจัง เพื่อให้อะไรหว่า? ถ้าผู้กำกับอยากทำหนังเหน็บแนม 3 ประเทศนั้นผมว่าทำอีกเรื่องเถอะอย่าเอาเรื่องนี้มาบังหน้าเลย (เคสนี้แค่เล่าให้ฟังคร่าวๆ นะครับ จริงๆ มีอีกเยอะมาก)

[รีวิว] Ashfall นรกล้างเมือง – เมื่อเทพสูงสุดของเกาหลีตื่นขึ้นด้วยความพิโรธ 4

สุดท้าย…ละกันไม่อยากบ่นเยอะ โทนหนังครับ อยู่ๆ ดันอยากแทรกความตลกเผ่านาเฉย ตอนแรกผมคิดว่าเป็นที่คนพากย์แต่ตัวพระเอกเองก็ทำบุคลิดแบบนั้นด้วยไง แบบเหวอๆ บ่อย ทำหน้าเป็น หน้างอน หน้าขำ ระหว่างภารกิจความเป็นตายเนี่ย …เฮ่อ คงได้แต่ถอนหายใจ
อ่อ ที่รู้สึกเสียดายอีกอันก็คงเป็นฉากที่เศษจากภูเขาไฟเริ่มลอยมาตกยังที่ต่างๆ นี่แหละ ผมว่ามันน้อยเกินไป ลูกเท่ากันเกินไป ทำให้ไม่ยิ่งใหญ่อย่างที่หวังเลย (ทำให้แค่นึกถึงโฆษณาหนัง 4DX ในโรงหนังชื่อดังแห่งหนึ่งเท่านั้น)

Amazing Stories 5

เรื่องราวตอนแรกสุดคลาสสิคกับการย้อนเวลาพบรักในอดีตของ ‘แซม’ ช่างไม้ที่ประกอบอาชีพรีโนเวทบ้านกับน้องชายที่ฝันอยากมีบ้านหลังใหญ่เป็นของตนสักที ในขณะที่แซมมัวแต่ค้นหาความรักผ่านแอพทินเดอร์ไปวันๆ วันหนึ่งเขาได้งานเผ่านารีโนเวทบ้านเก่าแก่นับร้อยปีหลังหนึ่ง ในระหว่างพายุที่พัดโหมกระหน่ำ แซมพบความมหัศจรรย์ในห้องใต้ดินของที่นี่ ที่ย้อนเวลาเขากลับไปร้อยปีก่อน และได้พบกับ “เอเวอลีน” หญิงสาวผู้ดีที่กำลังเข้าพิธีหมั้นหมายกับชายที่แม่จับคู่ให้อย่างไม่เต็มใจนัก เรื่องราวการต่อสู้เพื่อให้ความรักของแซมจึงเริ่มขึ้นที่นี่…

รีวิว Amazing Stories 5 เรื่องราวซีรีส์จาก 'สตีเวน สปีลเบิร์ก' (อัพเดทครบ 5 ตอนจบ) 1จะมองว่าพล็อตเรื่องเชยมากๆ กับการท่องเวลาพบรักซึ่งมีมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่เรื่องราวเชยๆ คลาสสิคแบบงี้แหละเป็นสไตล์ที่สปีลเบิร์กมักหยิบมาใช้ และก็ร่ายมนต์ลงไปทำให้เรื่องเชยๆ นี้มีเสน่ห์ละเมียดละไมคลาสสิคแต่ทันสมัยไปพร้อมๆ กัน แม้ว่าในงานนี้เขาจะได้กำกับเอง แต่นั่งแท่นผู้ให้การสร้าง ซึ่งก็คงคุมงานกันทุกเม็ดก่อนปล่อยออกมาแบบปะชื่อเค้าหรากว่าผู้กำกับ Chris Long ในเรื่องซะอีก

Dylan O'Brien
Dylan O’Brien พระเอกที่สลัดคราบดาราวัยรุ่นจากพระเอก The Maze Runner มาเล่นบทชายหนุ่มคลาสสิคในเรื่องนี้
หนังเดินเรื่องด้วยเรื่องราวตามสูตรสำเร็จ พระเอกย้อนเวลาเจอนางเอกในช่วงเวลาลำบาก ที่อุปสรรคก็ยังเป็นเรื่องคลุมถุงชน เรื่องเดิมๆ ที่มักหยิบมาใช้กันเป็นพล็อตที่ทำให้พระเอกเห็นอกเห็นใจสาวในยุคก่อนที่ไม่มีอิสระทางเลือกอะไรก็แล้วแต่ในชีวิตนอกจากแต่งงานเพื่อให้ยกระดับฐานะทรัพย์สมบัติให้กับตระกูล แต่ในจุดที่เชยๆ นี้เองหนังใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เผ่านาหลายอย่างแบบสำคัญทั้งหมดทุกจุดที่เชื่อมโยงไปเป็นคำตอบในตอนท้ายเรื่องได้อย่างสวยงาม พร้อมโปรดักชั่นงานสร้างที่สมจริงมากๆ เหมือนภาพยนตร์ย้อนยุคดีๆ เรื่องหนึ่งเลย

รีวิว Amazing Stories 5 เรื่องราวซีรีส์จาก 'สตีเวน สปีลเบิร์ก' (อัพเดทครบ 5 ตอนจบ) 2และหนังไม่ได้มีแค่ช่วงเวลาเดียวในปี คศ.1919 แต่มีการเดินทางไปหลายยุคสมัยกลับไปกลับมาเพื่อให้สร้างไทม์ไลน์ผูกพันกันตามแบบหนังท่องเวลาทั่วไป แต่ไม่ได้ผูกกันจนงง หนังเล่าแบบเข้าใจง่ายๆ พร้อมกับการเดินทางผ่านเวลาที่ไม่ได้ลำบากอะไรนัก แต่ก็มีความมหัศจรรย์อยู่ในตัวที่คิดวิธีแบบงี้ขึ้นมาได้ ทั้งนี้เพื่อให้ให้เรื่องราวถูกโฟกัสให้คนดูได้ลุ้นกับการผจญภัยของพระเอกเป็นหลัก ที่เขาเองตกหลุมรักนางเอกในอดีตแบบหมดใจ (ขนาดโงหัวไม่ขึ้นเลยดียิ่งกว่า) ซึ่งก็ออกจะขำๆ กับความเชยง่ายๆ นี้อยู่เหมือนกัน แต่ก็เข้าใจได้เพราะตอนเริ่มมีการปูมาก่อนแล้วว่าเขาเฝ้าหารักจากทินเดอร์มาเยอะแล้ว และการที่นางเอก “เอเวอลีน” เล่นโดย วิคตอเรีย เปเดร็ตติ (Victoria Pedretti) ที่พึ่งทำให้หลายๆ คนตกหลุมรักคุณจากการเล่นเป็นนางเอกในซีรีส์ YOU ซีซั่น 2  ซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่าคุณมีเสน่ห์ทั้งรูปร่างหน้าตาน้ำเสียงชวนฝันแบบทำให้คนดูตกหลุมรักหวานๆ แบบสาวคลาสสิคได้จริงๆ และมาในเรื่องนี้คุณก็ยังได้โชว์พลังร้องเพลงสดเสียงไพเราะมากๆ พร้อมกับการแสดงที่ออกฉากเมื่อไหร่ จับใจน้ำตาระรื้นรินไปกับความทุกข์ของคุณได้จริงๆ คุณจึงเป็นตัวเลือกที่ส่งพลังให้เรื่องเชยๆ นี้ดูมีพลังออร่าเปล่งประกายขึ้นมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์

วิคตอเรีย เปเดร็ตติ
วิคตอเรีย เปเดร็ตติ ก็ยังงามชวนฝันผ่านมาถึงเรื่องนี้แบบโดนตกในทันที่ที่ออกมา
หนังมาพร้อมกับบทสรุปจบเรื่องราวได้อย่างสวยงามมาก ทุกปมถูกเคลียร์หมดในตอนท้ายเรื่องแบบเก็บรายละเอียดมาดีมาก จนต้องย้อนกลับไปดูช่วงแรกใหม่อีกรอบว่าสิ่งที่หนังใส่มาแบบนิดๆ หน่อยๆ นี่แหละคือตัวช่วยเรื่องราวตอนแรกนี้สวยงามมากจริงๆ จนแอบอยากให้เอาไปขยายทำเป็นหนังใหญ่อยู่เหมือนกันครับ จุดเสียของเรื่องตอนแรกนี้คงมีอย่างเดียวคือความเชยของพล็อตกับสูตรสำเร็จเส้นเรื่องราวการพบรักที่ไม่แปลกใหม่อะไรเลย แต่ถ้าเปิดใจดูแบบไม่ต้องสนใจตรงนี้ นี่เป็นหนังที่มีเสน่ห์ชวนฝันจนหลงรักได้ง่ายๆ เลยครับ

คะแนน 8.5

The Heat
รีวิวมีสปอยล์บางส่วน แต่ไม่มีจุดหักเหสำคัญของเรื่อง

ตอนที่ 2 ของอเมซิ่งสตอรี่ เรื่องราวของสองสาววัยรุ่นนักวิ่งที่คนหนึ่งประสบอุบัติเหตุรถชนตายจนเปลี่ยนเป็นวิญญาณเร่ร่อน และต้องมาสืบคดีหาคนร้ายที่ชนด้วยตนเอง พร้อมกับหาทางช่วยเพื่อให้นสาวที่จิตใจแตกสลายให้ประสบความสำเร็จเป็นนักกีฬามืออาชีพให้ได้

นี่เป็นตอนที่น่าเบื่อและทำออกมาได้แย่มากเมื่อเทียบกับตอนแรก จนแปลกใจว่าทำไมคุณภาพของงานสร้างกับบทในตอนนี้อ่อนยวบยาบได้ขนาดนี้  ด้วยความที่เรื่องราวไม่ได้แปลกใหม่ไม่พอ ยังจืดชืดและขาดความน่าติดตาม ปมที่ตามหาคนร้ายก็ไม่ไปให้สุด พอมาทางช่วยเพื่อให้นรักให้แปลงเป็นนักวิ่งมืออาชีพก็พาไปได้ครึ่งทาง รวมทั้งมายัดเรื่อง LGTB ลงไป จนทำให้ตัวเรื่องไปไม่ถึงไหนสักทาง ทั้งผู้แสดงก็ขาดเสน่ห์มีความล้นๆ ตลอดเรื่อง แถมการจบแบบพยายามทำให้เรื่องราวแฮปปี้เอนดิ้งง่ายๆ ทำให้เรื่องราวในตอนนี้ไม่มีอะไรที่น่าจดเลยสักนิด แนะนำว่าผ่านผ่านได้เลยไม่ต้องดูครับ

คะแนน 4/10

Dynoman and the Volt!!
รีวิวไม่มีสปอยล์จุดหักเหสำคัญในเรื่อง

ตอนที่ 3 เรื่องราวของคุณปู่ผู้ไม่ยอมเกษียณอายุแม้ขาจะเจ็บหนัก หลังเขาได้รับพลังจากแหวนลึกลับที่มีที่มาจากการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ในวัยเด็ก ซึ่งาเขาต้องหาทางใช้พลังนี้ช่วยสานสัมพันธ์กับหลานชายที่ห่างเหินไปในวันฮาโลวีนที่กำลังมาถึงนี้ให้ได้

 

เนื้อเรื่องแนวซูเปอร์ฮีโร่แบบครีเอทขึ้นมาใหม่ในคราบคุณปู่จอมพลัง ซึ่งเรื่องราวเป็นไปอย่างเบาๆ ออกแนวหนังเด็กที่สุดในกลุ่มของซีรีส์ชุดนี้ แม้ว่าจะพยายามทำให้เรื่องมีปมปัญหาครอบครัว แต่ก็เป็นไปแบบเบาบางเหลือเกินกับการช่วยหลานชายไล่เก็บขนมในงานฮาโลวีน ซึ่งสุดท้ายมีพลิกเรื่องราวนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้อินไปกับเรื่องราวสักเท่าไหร่ เพราะพล็อตเรื่องและพลังต่างๆ จากแหวนก็ก็อปซูเปอร์แมน แฟลช มาทั้งนั้นครับ แถมเอฟเฟ็กต์ก็ไม่ได้ดูลงทุนทำดีๆ เลย แค่ระดับหนังทีวีฉายฟรีทั่วไปเพียงแค่นั้นเป็นตอนที่ดูก็ได้ไม่ดูก็ได้ ไม่ดีไม่แย่ แค่ธรรมดาเกินไป

คะแนน 6/10 

Signs of Life
รีวิวไม่มีสปอยล์จุดหักเหสำคัญในเรื่อง

ตอนที่ 4 ที่เป็นแนวไซไฟทริลเลอร์ เรื่องของแม่ที่โคม่าแล้วฟื้นกลับมีชีวิตใหม่อีกรอบ แต่คุณกลับแปลงเป็นคนละคน ที่แปลกแปลกขึ้นเรื่อยๆ ในสายตาของบุตรสาวที่รอแม่มา 6 ปี

 

เนื้อเรื่องมาในแนวทริลเลอร์ระทึกขวัญนิดๆ ตั้งแต่ทีแรก พร้อมกับการเดินเรื่องคุลมเคลือว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับคนเป็นแม่ที่จู่ๆ ก็พูดภาษาแปลกๆ ทำตัวแปลกๆ ไปไม่ค่อยเหมือนมนุษย์ แต่เรื่องราวไม่ค่อยเปิดเผยอะไรนักมีความอึมครึมต่อเนื่องไปจนเกือบจบ ซึ่งตอนจบเรื่องแทบใหญ่โตแบบพวกแนวทฤษฎีสมคบคิดกับรัฐบาล แต่สิ่งที่เรื่องนี้พลาดไปคือ ความสมเหตุสมผลที่พยายามพลิกเรื่องจากทริลเลอร์มาเป็นดราม่าซึ้งๆ ในตอนจบที่ไม่ค่อยมีเหตุผลนัก ซึ่งทั้งเรื่องเสียเวลาไปกับการพยายามทำให้เรื่องอึมครึมมาตลอด ยิ่งทำให้ไม่มีช่วงเวลาปูให้เรื่องเปลี่ยนมาเป็นแนวดราม่าซึ้งๆ ให้คนรู้สึกอินได้เลยแม้แต่น้อย หนังจบแบบไม่เมคเซนส์กับเรื่องราว จนทำให้ที่ทำออกมาลึกลับตลอดเรื่องเกือบพังลงทั้งหมด

คะแนน 6/10

The Rift
รีวิวไม่มีสปอยล์จุดหักเหสำคัญในเรื่อง

ตอนที่ 5 ตอนสุดท้ายของซีรีส์แนวไซไฟเรื่องราวของนักบินสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กำลังรบที่เวียดนามกลับบินมาตกในยุคปัจจุบัน และได้พบเจอกับสองแม่ลูกที่กำลังย้ายบ้านไปอยู่ในที่ใหม่

ตัวหนังเปิดเรื่องมาปุบปับปั๊บเข้าเรื่องทันทีไม่มีรีรออะไร เป็นตอนที่เดินเรื่องไวทันใจมาก ด้วยพล็อตการผ่านเวลามาอนาคตของนักบินหลงยุค ผ่านรอยแยกประตูมิติบนท้องฟ้า ตัวเรื่องมาในแบบแนวหนัง X-file นิดๆ ถ้าใครเคยดูคือมีหน่วยวานของรัฐบาลตามสืบเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว และก็ออกมาตามหาชายลึกลับผู้นี้ ซึ่งก็บังเอิญไปเจอกับสองแม่ลูกที่กำลังมีปัญหากันอยู่พอดี ซึ่งก็เป็นปมดราม่าให้ทั้งสองข้างได้เคลียร์กันสั้นๆ แบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากเพราะเรื่องเป็นไปตามสูตรสำเร็จทุกอย่าง ไม่มีการเล่นเรื่องไทม์ไลน์เปลี่ยนอนาคตอะไรก็แล้วแต่ทั้งสิ้น ทำให้หนังตอนนี้แทบจะเป็นเส้นตรงแน่ว มีผจญภัยหนีหน่วยงานรัฐบาลพอให้ลุ้นนิดๆ ถือว่าเป็นตอนที่ดีรองจากตอนแรก แต่ก็แย่ตรงที่บทขาดความลึกไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรทั้งสิ้น แถมจบแบบง่ายดายจนแทบไม่มีลุ้นอะไรเลยสักนิด

เรื่องย่อ ชะตารัก มายาลวง (Glamorous Temptation)

ละคร "ชะตารัก มายาลวง" (Glamorous Temptation) นำเสนอเรื่องราวของ "ชิน อึนซู" หญิงสาวที่ได้เรียนรู้บทเรียนจากพ่อว่าการเป็นคนซื่อสัตย์หรือเถรตรงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไป พ่อของคุณซึ่งเป็นคนขับรถของสมาชิกวุฒิสภามานานนับสิบปี ต้องแปลงเป็นคนตกงานหลังแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายของเจ้านายให้โลกรู้ คุณเลยต้องทำงานพาร์ทไทม์เพื่อให้หารายได้มาจุนเจือครอบครัวอีกทางหนึ่ง ในที่สุดคุณก็ได้ทำงานที่บริษัทบัญชีและได้แต่งงานกับพนักงานคนหนึ่งของบริษัทดังที่กล่าวถึงมาแล้ว แต่แล้วอยู่ๆ สามีของคุณก็ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินบริษัท และเสียชีวิตหลังถูกเรียกร้องค่าเสียหายได้ไม่นาน อึนซูโดนกล่าวหาว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการยักยอกเงินดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ทั้งๆ ที่คุณไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องและไม่เชื่อว่าสามีจะก่อเรื่องร้ายแรงเช่นนี้จริง แต่สุดท้ายคุณก็ถูกตัดสินว่ามีความผิดจึงต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำนานหนึ่งปีทั้งที่พึ่งคลอดบุตรสาวได้ไม่นาน

หลังออกจากคุกคุณได้รับโทรศัพท์ปริศนาที่จุดประกายความสงสัยในสาเหตุการตายของสามี คุณเชื่อว่าเบาะแสและคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ซ่อนอยู่ในบ้านของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ยังเรืองอำนาจ "คัง ซอกฮยอน" คุณจึงเดินหน้าค้นหาความจริงด้วยการแฝงตัวเข้าไปทำงานในบ้านของซอกฮยอน นั่นจึงทำให้คุณได้คลุกคลีและได้เข้าไปอยู่ในวังวนของมหาเศรษฐีซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีจำนวนเพียง 1% ของประชากรทั้งหมด ทั้งยังทำให้คุณได้พบอดีตคนรัก "ชิน ฮยองอู" และเพื่อให้นในวัยเด็ก "คัง อิลจู" อีกด้วย

ฮยองอูกับอึนซูต่างเป็นรักแรกของกันและกัน โดยฮยองอูเป็นลูกชายของสมาชิกวุฒิสภานามว่า "ชิน จองกี" (พ่ออึนซูเป็นคนขับรถของพ่อฮยองอู) ตอนที่เขายังเป็นเด็กนักเรียนมัธยม "ฮัน ยองแอ" แม่ของเขาพาอิลจู (เดิมชื่อ "แพ็ค ซังฮี" ซึ่งเป็นลูกลับๆ นอกสมรสของซอกฮยอนกับเลขา) เผ่านาอยู่ในบ้านหมายใช้เป็นหลักประกันและเครื่องมือในอนาคต คุณพยายามผลักดันให้สามีได้เป็นรัฐมนตรี แต่จองกีกลับคิดวางมือจากวงจรอุบาทว์ทางการเมือง ซึ่งการตัดสินใจเช่นนั้นทำให้เขาโดนข่มขู่เพราะล่วงรู้ความลับมากเกินไป (เขาเป็นผู้ดูแลกองทุนลับที่ใช้ทำเรื่องผิดกฏหมายให้ซอกฮยอน) แถมเขายังเอ่ยถึงกองทุนลับในห้องที่ถูกใครบางคนแอบติดเครื่องดักฟังทำให้ต้องรีบหาทางยักย้ายถ่ายเทเงินไปเข้าบัญชีใหม่ก่อนที่อัยการจะรู้และตรวจพบ  ซ้ำร้ายเอกสารสามหน้าสุดท้ายของบัญชีที่ว่ายังหายไป

เรื่องแสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า

ชื่อภาษาอังกฤษ – จัดจำหน่ายโดย อาวอง เมื่อนักลวกก๋วยเตี๋ยวมือโปรขอเป็นนักชกมือฉมัง จากพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวใฝ่ฝันอยากเป็นนักมวย สนิท จึงเป็นได้แค่นักมวยที่ไม่เคยสัมผัสชัยชนะ จักกระแร้มีไว้หนีบ กับไว้ดม ไม่เคยได้ยกโชว์เป็นผู้ชนะกับใครเขาเลย ชื่อชกมวยที่ตั้งไว้อย่างน่านับถือ แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า ถูกคนดูตั้งฉายาให้ใหม่เป็น หลับสนิท ศิษย์หามลง นักมวยที่แพ้ตลอดกาล แต่ช้าก่อน…ก่อนที่ สนิท จะแพ้น็อคติดต่อกันจนกินเนสส์บุ๊คต้องเรียกไปบันทึก สนิท และกลุ่มเพื่อให้น 3 เกลอ ผู้มีความถนัดเข้าขั้น ( เกือบ ) เก่ง ก็พบกับ แสบ อดีตนักมวยชื่อดัง ที่มาพร้อมคำแนะนำเด็ดๆ เรียกความมั่นใจให้ สนิท …พูดง่ายๆ ว่า นัดหน้า สนิท มีลุ้น ชวนคนดูใจจดใจจ่อเกิดอาการวิงๆๆๆ อยากรู้ว่า…..งานนี้ สนิท…..จะชนะจริงหรือเปล่า??? สนิท (วรเวช ดานุวงศ์) พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด ลูกค้าติดตรึม เปิดร้านปุบปับ เก้าอี้ในร้านเต็มปั๊บ ตั้งแต่เด็กๆ สนิทใฝ่ฝันอยากเป็นนักมวย ขึ้นต่อยบนสังเวียนผ้าใบ ให้ผู้ตัดสินยกมือเป็นผู้ชนะสักครั้ง พ่อค้าก๋วยเตี๋ยว หน้าตาซื่อๆ อย่างสนิท อุตสาห์มีแฟนสาวสวยกับเขา สวย (ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ) ขาว หมวย น่ารักยังกะนางเอกเอ็มวี สวย ถือคติ รักแล้วแสดงออกเลย สวยจึงทำหน้าที่เป็น ปอม ปอม เกิร์ล ทั้งผลัก ทั้งดัน เชียร์ลุ้น สนิท ออกนอกหน้า จนสนิทยังเขินกับแรงรักของแฟนสาวอยู่บ่อยๆ เหล่ากลุ่มเพื่อให้นๆ จอมเพี้คนพยายามช่วยสอนมวยให้สนิท ไม่ว่าจะเป็น สอง ( โก๊ะตี๋ อารามบอย ) ชายหนุ่มน้อยปากเสียที่เก่งเฉพาะตอนเมา , เสนาะ (จิ้ม ชวนชื่น) มือกลองจอมลีลา เน้นท่าเต้นมากกว่าท่าตี , สิทธิ์ ( ค่อม ชวนชื่น ) เซียนพระที่สั่งสมพระเก่าสมบัติพ่อมาเพียบ ( แต่ส่วนมากเป็นของปลอมเกือบทั้งนั้น ) ยิ่งได้เพื่อให้นๆ สอนมวยให้ แต่สถิติขึ้นชกของสนิทก็ยิ่งเต็มร้อย คือ โดนน็อค 100% เต็ม จนสนิทโด่งดังไปทั่ว เป็นนักมวยที่ผู้ชมติดตาม รอลุ้นทุกครั้งที่ขึ้นชกว่าจะโดนน็อคอีกหรือเปล่า ? ก่อนที่สนิทจะทำสถิติโดนน็อค ติดชั้นกินเนสส์บุ๊ค … แสบ( จาตุรงค์ มกจ๊ก ) ลูกค้าขากวนประจำร้าน พูดไม่ชัด แต่ชอบร้องคาราโอเกะ ก็เผยความสามารถโชว์เชิงมวยให้ประจักษ์ แท้ที่จริงแล้ว แสบ เป็นนักมวยเก่าขาเป๋ที่แขวนนวมมานานแล้วพร้อมกับปมในใจ เมื่อสนิทได้แสบคอยรับหน้าที่เทรนมวยให้ พร้อมกับแรงยุส่งและคำปรึกษาบ๊องๆ จากกลุ่มเพื่อให้นๆ คือ สอง, เสนาะ และ สิทธิ์ รวมทั้งกำลังใจจากสวย แต่ความฝันเรื่องมวยทุลักทุเลยังไม่พอ ความรักก็มามีปัญหาที่พ่อของสวย แฟนสาว ไม่ชอบขี้หน้าเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่สนิทต้องเอาชนะให้ได้ ความหวังในการชกนัดต่อไป สนิทไม่ได้ชกเพื่อให้ชัยชนะของตนเอง แต่ชัยชนะคราวนี้ของเขา มีผลสำคัญกับความรัก ระหว่างเขากับ สวย… นัดสำคัญนี้ สนิท จะได้รับการยกมือให้เป็นผู้ชนะบ้างไหม?

ดารา วรเวช ดานุวงศ์ รับบท สนิท ณัฐฐาวีรนุช ทองมี รับบท สวย จาตุรงค์ พลบูรณ์ รับบท แสบ จิ้ม ชวนชื่น รับบท เสนาะ โก๊ะตี๋ อารามบอย รับบท สอง ค่อม ชวนชื่น รับบท สิทธิ์ เอกรัตน์ ขลิบเงิน รับบท สิน กำกับการแสดง ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ สนิท”(วรเวช ดานุวงศ์) พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด ใฝ่ฝันอยากเป็นนักมวย ขึ้นต่อยบนสังเวียนผ้าใบ แฟนสาวชื่อ “ สวย”(ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ) เหล่ากลุ่มเพื่อให้นๆ จอมเพี้ยน ของสนิทแต่ละคนพยายามช่วยสอนมวยให้สนิท ไม่ว่าจะเป็น “ สอง” ( โก๊ะตี๋ อารามบอย ) , “ เสนาะ” (จิ้ม ชวนชื่น) , “ สิทธิ์” ( ค่อม ชวนชื่น ) เมื่อสนิทได้แสบคอยรับหน้าที่เทรนมวยให้ พร้อมกับแรงยุส่งและคำปรึกษาบ๊องๆ จากกลุ่มเพื่อให้นๆ คือ สอง, เสนาะ และ สิทธิ์ รวมทั้งกำลังใจจากสวย แต่ความฝันเรื่องมวยทุลักทุเลยังไม่พอ ความรักก็มามีปัญหาที่พ่อของสวย แฟนสาว ไม่ชอบขี้หน้าเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่สนิทต้องเอาชนะให้ได้