นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้ชมหนังซูเปอร์ฮีโร่ดีๆและดุเดือดเผ็ดมันขนาดนี้ นานเท่าไหร่แล้วที่เรามัวแต่ชมหนังชุดของซูเปอร์ฮีโร่บางตัวที่ชอบถูกนำมารีเม็กสร้างวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น และนานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้เห็นการปิดฉากเป็นอย่างมากใหญ่ของซูเปอร์ฮีโร่คนสำคัญ ในขณะที่หนังเรื่องอื่นพยายามจะยืดเยื้อบทตัวละครนั้นให้ขายได้ในระยะยาว ท่ามกลางกระแสของการหันมาสร้างภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ในโทนดาร์กมากขึ้น นับตั้งแต่ตระกูล "Dark Knight" ที่โนแลนทำไว้ หรือหนังซูเปอร์ฮีโร่เรต R ที่ขายฉากร้ายแรงแสนโหดให้ผู้ชมได้ฟินกันอย่างที่ "Deadpool" เคยประสบความสำเร็จไปเมื่อปีก่อน มาวันนี้ เราจะได้ชมการปิดฉากตำนานวูฟเวอรีนเวอร์ชั่น "ฮิวจ์ แจ็คแมน" ที่มีกลิ่นอายของความดาร์กและฉากโหดๆของงานแอ็คชั่นผสมผสานกันในชนิดที่เรียกว่า ภายหลังที่ผมได้ชมรอบพิเศษจบ ผมก็กล้าพูดได้เต็มปากเหมือนคนอื่นๆว่า "Logan" คือหนังที่ดีที่สุดในเฟรนไชส์ตระกูล "X-MEN" ทั้งในแง่ของความสนุกและอารมณ์ร่วมต่อตัวละคร

เนื้อหาใน "Logan" คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ใน "X-Men: Day of Future Part" ประมาณ 50 ปี แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องในเชิงภาคต่อซักเท่าไหร่นัก เพราะหนังมีเนื้อหาแยกเป็นอิสระจากเฟรนไชส์ และมีความเป็น Road Trip ในแบบหนังแอ็คชั่นที่แม้จะดูเชยๆ แต่เมื่อหักล้างกับความมันส์แล้ว ก็ไม่มีอะไรตะขิดตะขวงความรู้สึกผมอีกเลย ตอนเริ่มเรื่องหนังนำเสนอภาพของโลแกนที่อยู่ในสภาพบอบช้ำและเปราะ บาง หนังให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าความเป็นอมตะในตัวโลแกนไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ ชอบประโยคที่เขาบอกว่า "พวกมิวแทนต์ (มนุษย์กลายพันธ์ุ) คือสิ่งผิดพลาดของพระเจ้า" ประโยคแสดงให้มองว่าในความคิดของโลแกน เขามองทักษะต่างๆที่ตัวเองมีเป็นดั่งคำสาปที่เกาะติดตัวเขามากกว่า ซึ่งหลายๆประโยค หลายๆพฤติกรรมในเรื่องมีส่วนสะท้อนถึงก้นบึ้งของตัวตนโลแกนมากพอสมควร

ช่วงเปิดตัวหนูน้อย "ลอร่า" เด็กสาวที่มีพลังเหมือนโลแกน จัดได้ว่าเป็นฉากแอ๊คชั่นที่ผมชื่นชอบที่สุดในเรื่อง มันเป็นความรู้สึกที่เซอร์ไพส์มากกับตัวละครนี้ เสียงคำรามของนางยิ่งสะกดผมให้คลั่งตัวละครนี้หนักขึ้น ความกระฉับกระเฉงและความคล่องแคล่วของคุณยิ่งตอกย้ำความน่ากลัวและความหวังใหม่ให้กับทีม x-men ในภาคถัดๆไปได้ อย่างไรก็ตาม ผมต้องไม่ลืมที่จะชื่นชมทักษะทางการแสดงทั้งสีหน้าแววตาของ "แคฟเน่ คีน" หนูน้อยดาราหนังคนใหม่ที่ทำให้ตัวละคร "ลอร่า" นี้มันโดดเด่นขึ้นมาทันทีตั้งแต่เปิดตัวแค่ 10 นาที

ด้านบทภาพยนตร์ ก็ถือว่าทำได้พอดีทั้งในแง่ของงานดราม่าและแอ๊คชั่น หนังปรับโหมดอารมณ์ได้แนบเนียนและต่อเนื่อง แถมพาอารมณ์ของหนังไปได้สุดทางครบทุกโหมด ฉากแอ๊คชั่นที่ดุเดือดและความโหดเหี้ยมของตัวละครยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้หนังเปลี่ยนเป็นที่ประทับใจของผู้ชมได้ไม่ยาก นอกจากนี้ ผมยังชื่นชมหนังที่กล้าฉีกแนวเดิมๆที่ใส่หลักสำคัญดราม่าหนักๆเข้าไปและทำได้ดีด้วย ช่วง 10 นาทีสุดท้ายนี่บิ้วให้ผู้ชมน้ำตาไหลเอาง่ายๆได้เลย สำหรับผม "Logan" ในภาพรวมถือว่ามีความพอดี ดูสนุกและมันส์มากที่สุดในหนังเฟรนไชส์ X-MEN ทุกเรื่อง แถมหนังยังใส่ความดราม่าได้ถูกจังหวะและถึงอารมณ์ ซึ่งนับเป็นการทิ้งท้ายบท "วูฟเวอรีน" ของ "ฮิวจ์ แจ็คแมน" และบทของ "ชาร์ลส์ เซเวียร์" ของ "แพทริก สจ๊วร์ต" ได้ชวนให้ตราตรึงและจะสร้างความประทับใจผู้ชมได้แน่ๆ…