Author: yok (page 1 of 2)

เรื่องย่อก่อนตะวันแลง 2

บัวผัน ตกบ่อน้ำบาดาลหลังบ้านตาย ตอนเกิดเหตุไม่มีคนอยู่บ้าน ไม่รู้บัวผันพลัดตกบ่อบาดาลได้อย่างไร ? ความจริงก็คือ บัวผันบังเอิญเจอปืนบุญหลายที่ทิ้งไว้ในบ่อน้ำ บุญหลายยอมรับว่าทำปืนลั่นใส่ปลัดพงษ์ศักดิ์ตาย บัวผันจะไปบอกตำรวจ บุญหลายไม่ยอมให้ไป เกิดยื้อยุดแย่งปืนกัน ทำให้บัวผันเสียหลักพลัดตกบ่อบาดาล มันเป็นอุบัติเหตุ แต่ด้วยกลัวความผิด บุญหลายจึงไม่บอกใคร ปริศนาการตาย 2 ศพถูกปกปิด รอวันกระชากหน้ากากคนเลว

          18 ปีต่อมา กรุงเทพฯ… ดวงใจถูกตรวจพบเป็นโรคมะเร็ง มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ดวงใจปรารถนาอยากเจอลูกที่ทิ้งไปเมื่อ 30 ปีก่อน อดีต..ในขณะนั้นดวงใจอายุ 19 ปี ท้องไม่มีพ่อ กลัวพ่อแม่จะด่าว่า เลยหนีออกจากบ้านไปคลอดลูกที่ต่างจังหวัด ดวงใจไหว้พระธาตุพนมขอให้คุ้มครองลูก แล้วทิ้งลูกแรกเกิดไว้ ส่วนตนเองกลับกรุงเทพฯ กระทั่งเรียนจบ พ่อแม่ตาย ดวงใจจึงมาตามหาลูกที่นครพนมแต่ไม่พบ ต่อมาดวงใจแต่งงาน แต่มีลูกไม่ได้ จึงขอเด็กมาเลี้ยง สามีดวงใจเสียชีวิตแล้ว ทิ้งสมบัติไว้ให้อย่างมาก ดวงใจร่ำรวยเงินทอง แต่ใจเป็นทุกข์หนักหนา นึกถึงลูกที่ตนทอดทิ้ง
          ดวงใจให้ เรวัติ คนสนิท จ้างนักสืบตามหาบุตรสาว นักสืบได้เบาะแสตามหาจนเจอบ้านเรณู วันนั้นเรณูไม่อยู่ พอช่อแก้วรู้ว่าแม่ที่แท้จริงของเรณูเป็นถึงเศรษฐีนี ความโลภก็เข้าครอบงำ ช่อแก้วสวมรอยเป็นเรณู ช่อแก้วมาหาดวงใจที่กรุงเทพฯ หลอกว่าเป็นลูก กมลชนก บุตรสาวที่ดวงใจรับอุปการะ กลัวช่อแก้วแย่งสมบัติ เลยจับผิดช่อแก้ว "แม่เคยเล่าว่า ทิ้งแหวนเงินไว้ในห่อผ้าเด็กทารก ไหนล่ะแหวน" พอกมลชนกทักท้วง ดวงใจจึงลังเลว่าช่อแก้วอาจไม่ใช่ลูก
          นครพนม… ช่อแก้วกลับบ้านมาขโมยแหวนของเรณู เรณูมาเห็นแย่งแหวนคืน สองสาวตบตีกัน บุญหลายย่องมาหลัง เอาท่อนไม้ฟาดหัวเรณูสลบ ช่อแก้วทิ้งเรณูไว้แล้วรีบกลับกรุงเทพฯ เมื่อเห็นแหวนเงินลงยาสลักชื่อตนเอง ดวงใจจึงเชื่อว่าช่อแก้วคือบุตรสาวตนจริง ดวงใจกอดรับขวัญลูก ช่อแก้วเสแสร้งเล่นหน้าที่บุตรสาวแสนดี ดูแลแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็ง แต่ในใจช่อแก้วแช่งดวงใจให้รีบ ๆ ตายซะ สมบัติจะได้เป็นของตน

เรื่องย่อวิมานมนตรา 1

ดาวเรือง หลานสาวของตนเพื่อให้ให้ได้เป็นเมียน้อยของคุณแสงตามคำสั่ง คุณหญิงตรึงตรา แม่ของคุณแสงซึ่งดาวเรืองก็พยายามเสนอตัวให้คุณแสงสุดกำลังแต่คุณแสงไม่ชอบดาวเรือง ไม่นานดาวเรืองก็ตายลงอย่างมีปริศนา ไอ้อ่ำ พา พลอย หลานสาวเผ่านาช่วยงานที่บ้านของคุณแสงความเป็นสาวสวยสะพรั่งของพลอยถูกใจคุณแสงเข้าอย่างจังทำให้เดือนดาราไม่พอใจอย่างมาก พลอยให้เป็นเมียคุณแสงอีกคนขณะที่พลอยนั้นไม่เห็นด้วยนักกับการเผ่านายื้อแย่งของของคนอื่นแต่ความรักที่มีต่อคุณแสงทำให้คุณโอนอ่อนแบบไม่มีทางเลือก เดือนดาราตั้งป้อมรังเกียจพลอยจนออกนอกหน้าแถม อีพริ้ง บ่าวคนสนิทหาเรื่องพลอยแทบไม่ได้หยุดหย่อน ในที่สุดคุณแสงขออนุญาตเดือนดาราเพื่อให้จะเอาพลอยเผ่านาเป็นเมียอีกคนโดยคิดว่าไม่ได้เป็นการเสียหายอะไรเพราะเจ้านายสมัยนั้นก็ทำอย่างงี้กันอย่างมาก เดือนดาราปฏิเสธทันทีว่าคุณรับ
ไม่ได้ทั้งยังยังประกาศตั้งป้อมว่าจะเป็นศัตรูกับพลอยเมื่อรู้จุดประสงค์แน่ชัดของสามี เดือนดาราคอยตามคุณแสงไม่ให้ห่างตาด้านคุณแสงแสดงออกชัดเจนว่าจะเลี้ยงดูแม่พลอยถึงขนาดสร้างเรือนพักอีกหลังไว้ให้พลอยทำให้เดือนดารารู้สึกเหมือนกำลังจะโดนทอดทิ้ง ความหลังจากการถูกทารุณให้ขายบริการย้ำเตือนทำให้คุณเริ่มมองทุกอย่างในแง่ร้าย ความโกรธเกลียดภูมิหลังที่มีผู้ยัดเยียดให้ทำให้เดือนดาราทวีแรงอาฆาต ลุงสำลีรู้สึกสงสารเดือนดาราที่ถูกปฏิบัติย่ำยีทั้งกายและใจจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

หลวงปู่มิ่ง หลวงปู่ที่มีผู้คนศรัทธาอย่างมากในหมู่บ้าน หลวงปู่บำเพ็ญภาวนาอย่างเคร่งครัด แนะนำพลอยหลายอย่าง และรู้ชะตากรรมของ เดือนดารา พลอย และทุกคนในบ้านขุนแสง รวมทั้งตนเป็นอย่างดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แถมยังคอยช่วยขัดขวางเวทย์มนต์หลายอย่างของลุงสำลี เดือนดาราคิดว่าหลวงปู่มั่นคอยช่วยเหลือพลอยและทำให้แผนการหลายอย่างของคุณพังทลายจึงใช้อีพริ้งแอบเอายาพิษใส่ในอาหารที่พลอยเตรียมจะไปถวายหลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นฉันท์อาหารทั้งที่รู้ดวงชะตาของตนอยู่ก่อนแล้ว ในที่สุดหลวงปู่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา เดือนดาราแสร้งทำดีกับพลอยหลายอย่างถึงขนาดแกล้งเข้าไปขวางพลอยเอาไว้ขณะที่พลอยกำลังจะถูกงูกัดเดือนดาราจึงถูกงูกัดแทนทำให้พลอยไว้ใจ พลอยตั้งครรภ์กับคุณแสงแต่เดือนดาราไม่สามารถท้องได้ทำให้เดือนดาราแค้นพลอยมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นเดือนดาราจึงแอบเอาน้ำผสมยาพิษ

นางแบบโคกกระโดน 8

เพราะไม่ได้เตรียมเครื่องสำอางมาด้วย คุณอายมากเมื่ออินทร์เผ่านาเห็นคุณในห้อง แต่เขากลับ ชมคุณว่าเหมือนคุณกลับไปเป็นเด็กอีกรอบ คุณจึงคิดทบทวนถึงความสุขในวัยเด็ก ที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน แท้จริงแล้วคุณไม่ได้ลำบากไปกว่าเด็กคนอื่นในหมู่บ้านตอนนั้น ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยในหมู่บ้านก็ดีกับครอบครัวคุณ แต่เพราะความทะเยอทะยานทำให้คุณคิดว่าตัวเอง ลำบากที่สุด ในขณะที่ชีวิตเรียบง่ายอย่างปอยกับอินทร์ทำให้คุณแอบอิจฉามาตลอด ยิ่งตอนนี้ ปอยเริ่มท้องแล้ว เคนเอาใจปอยมากเป็นภาพครอบครัวอบอุ่นที่ลอร่าประทับใจมาก ซึ่งคุณ ยังนึกไม่ออกว่าเจมส์จะเป็นแบบเคนได้อย่างไร บักหล่อเอาเรื่องของลอร่ากับอินทร์ไปกระจายทั่วหมู่บ้าน ปลัดดอนซึ่งคิดว่าลอร่ากลับกรุง เทพฯไปรวมทั้งรีบมาตามคุณด้วยความนึกถึง และต่อว่าอินทร์ที่หลอกลอร่ามา ลอร่าต้องอธิบายว่า คุณยินยอมมาเอง ปลัดดอนถึงกับอกหักคิดว่าอินทร์กับลอร่าผิดผีกันแล้วเจมส์อ่านข่าวพบเรื่องของ ลอร่า เขาจึงเดินทางมาที่กาฬสินธุ์เผ่านาช่วยจัดการเอาเงินปิดปากนักข่าวและมาหาลอร่kเพื่อให้บอก ข่าวดีและขอคืนดีกับคุณ

         เขาบอกว่าตามหาคุณมานาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นเป็นเพราะลิซซี่มา แสดงความยินดีกับเขาตามธรรมเนียมฝรั่งโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว เขาเสนอลอร่าว่าควรรีบกลับกรุง เทพฯ เพื่อให้ถ่ายแบบเครื่องสำอางที่จะออกวางตลาดรับฤดูใหม่ เขาจะส่งเสริมให้คุณก้าวสู่ระดับ อินเตอร์อย่างที่คุณใฝ่ฝันไว้ พร้อมกับนำเครื่องสำอางของเขาไปสู่ตลาดโลกด้วย เพราะคุณคือนาง แบบที่มีศักยภาพที่สุดในการพาเครื่องสำอางของเขาก้าวไปสู่ระดับอินเตอร์ ภาพความฝันของ ลอร่ากลับมาแจ่มชัดขึ้นอีกรอบลอร่ามัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องเจมส์ และคิดไม่ตกเกี่ยวกับอนาคต ทำให้คุณขาดสอนไปหลายวัน ปอยมาตามคุณกลับไป แต่พอลอร่าไปถึงโรงเรียนก็เห็นอินทร์ สนิทสนมกับประภาอย่างออกนอกหน้า

         ขณะที่เขาสอนงานให้โดยไม่สนใจคุณ ลอร่ารู้สึกหึง และน้อยใจจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพฯ พร้อมเจมส์ แต่ที่จริงอินทร์กำลังยุ่งมากจากการที่โรงเรียน อาจจะถูกปิด เพราะมีครูไม่พอโดยจะเอาเด็กนักเรียนไปรวมกับอีกหมู่บ้านหนึ่ง เขาจึงต้องใช้เงินตัว เองจ้างประภามาเป็นครูพิเศษเพราะประภาจบปริญญาตรีครุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่ง หนึ่งขณะที่ลอร่ากำลังจะขึ้นรถเจมส์กลับกรุงเทพนั้น อินทร์กับปอยตามมาทัน ปอยต่อว่าลอร่า ที่จะทิ้งพวกเขาไป อินทร์ทวงสัญญาที่ลอร่าจะร่วมกันทำโรงเรียนในหมู่บ้านให้ทันสมัย ลอร่า บอกว่าคุณจะส่งเงินมาให้ แต่ตัวคุณต้องทำตามความฝันต่อไป อินทร์ย้อนถามว่านั่นคือฝันที่แท้จริง หรือลอร่าอึ้งไป คุณชวนอินทร์ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะคุณรู้จักบริษัทหลายแห่งที่รับเขาเข้า ทำงานได้ ซึ่งความรู้อย่างเขาต้องได้เงินเดือนที่สูงลิ่ว

รอยรักแรงแค้น 1

พักตรา เลิศปัญญาวุฒิ บุตรสาวคนเดียวของ พลโท อรรถ เลิศปัญญาวุฒิ นายทหารนอกราชการ ถือเป็นสาวไฮโซคนหนึ่งที่ถูกจับตามองจากผู้คนในสังคมแทบจะทุกย่างก้าว คุณเพียบพร้อมไปหมดทุกด้าน ทั้งเรื่องการศึกษา รูปร่างหน้าตา และฐานะที่มั่งคั่ง ร่ำรวยด้วยเหตุนี้เอง พักตราจึงเปลี่ยนเป็นสาวสวยที่ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่กล้าจีบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ พักตรา เดือดเนื้อร้อนใจอะไร คุณพอใจที่จะเป็นดาวเด่นเหนือใครๆ และเป็นผู้เลือกมากกว่าผู้ถูกเลือก เพราะพักตรา เป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของวิมลรัตน์ คุณจึงมีโอกาสรู้จัก คิมหันต์ ได้โดยไม่ยาก หัวใจของพักตราหวั่นไหวเมื่อได้เห็นหน้าคิมหันต์ อนิจจา…คุณตกหลุมรักคิมหันต์เข้าให้แล้ว แต่บุคลิกของพักตรา ย่อมปากแข็ง วางท่า และรอเวลาจนกว่าข้างชายจะเป็นผู้เอ่ยปาก นั่นเพราะคุณเชื่อเสมอว่า คิมหันต์ ไม่มีวันหลุดไปจากมือคุณ

ผู้เป็นพ่อของธาดา ป่วยตายในวัยชรา ยังผลให้ผู้เป็นแม่ตกอยู่ในอาการซึมเศร้า ต้องอาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา จึงเป็นเหตุให้ธาดาย้ายกลับมาตั้งรกรากในเมืองไทย เขาตัดสินใจแต่งงานกับวิมลรัตน์ในที่สุด พักตรามีโอกาสได้รู้จักมุกริน ก่อนหน้างานแต่งงานของวิมลรัตน์ไม่นาน คุณแนะนำมุกให้รู้จักกับคิมหันต์และด้วยความเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้คน พักตราจึงฝากฝังมุกให้ทำงานในบริษัทที่พ่อของคุณเป็นประธานบอร์ดบริหาร พักตราหารู้ไม่ว่า จากการแนะนำวันนั้น ทำให้คิมหันต์และมุกริน ใกล้ชิดกันจนแปลงเป็นความรัก หนึ่งปีหลังจากนั้น คิมหันต์ประกาศตัวอย่างเปิดเผยว่า เขาและมุกริน คือ คู่สมรสกันและทั้งสองจะแต่งงานกันในอีกสามเดือนข้างหน้านี้

หัวใจพักตรา แทบสลาย คุณชิงชังผู้คนรอบตัวคุณทุกคน โดยเฉพาะมุกริน ความเป็นเพื่อให้น จึงสลายไปจนหมดสิ้น แต่แล้วเรื่องราวพลิกผันก็เกิดขึ้น เมื่อคิมหันต์ประกาศยกเลิกการแต่งงาน หลังการเสียชีวิตของพี่สาว…คืนนั้น

คื น เ ริ่ ม ต้ น ข อ ง เ รื่ อ ง ร า ว ทั้ ง ห ม ด . . . มันเป็นคืนที่ร้อนอบอ้าว มากกว่าคืนใดๆก็ตาวิมลรัตน์มีปากเสียงกับธาดาผู้เป็นสามี กรณีที่เถียงกันเราพอจะจับใจความได้ว่า เป็นเรื่องของเงินๆ ทองๆ นอกจากเสียงด่าทอระหว่างกันแล้ว ไม่มีผู้ใดรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างในห้องนอนนั้น กระทั่งเช้ามืด… จึงมีผู้พบศพของวิมลรัตน์สิ้นใจอยู่ข้างในห้องดังที่กล่าวมาข้างต้น… ไม่มีวัตถุพยานใดรับรองตัวฆาตกรได้ ทว่า สังคมปักใจเชื่อด้วยความความคิดว่ามี ธาดา คือผู้ลงมือฆ่าเมียตัวเอง เพื่อให้ครอบครองทรัพย์สินและมรดกทั้งหมดของวิมลรัตน์ พยานปากเดียวที่สามารถชี้ตัวคนผิดได้คือ มุกริน แต่ มุกรินกลับเลือกที่จะให้การเพื่อให้เป็นคุณแก่ ธาดา พี่ชายของคุณอ

เพลงรักเพลงลำ 4

งามไฉไลตามรังควานเพลงลำกับบัวสายอย่างน่ารำคาญ คุณทนให้ใครมาดูถูกแม่ไม่ได้ ขอร้องให้ปกรณ์พลกลับไป ปกรณ์พลยอมกลับกรุงเทพ ยอมหมั้นกับงามไฉไลตามความปรารถนาของอรรถ ส่วนเพลงลำยอมหัดลำตัดเพื่อให้ประชันในงานสืบสานศิลปวัฒนธรรมงานใหญ่ของจังหวัดโดยมีฝาจีบเป็นคู่ประชัน กำนันฝอยยอมเสียเงินอย่างมากเพื่อให้ให้ลูกชนะ แม้จำเป็นจะต้องโกงคะแนนก็ตาม คนที่เผ่านาเพิ่มความวุ่นวายคืองามไฉไลกับโพยมยงที่ตามมาช่วยสบทบเงินค่าจ้างหน้าม้ามาโห่ฮาเพลงลำ

เช้าวันงาน บัวสายป่วยต้องผ่าตัดไส้ติ่งกระทันหัน เพลงลำไม่มั่นใจขึ้นเวที เจิดช่วยเป็นกำลังใจให้ ปกรณ์พลแปลกใจเมื่องามไฉไลกุลีกุจอพาเขามาดูการประชันลำตัด เขาไม่รู้ว่าอรรถตามมาดูด้วย เมื่อผลการประชันออกมาว่าเพลงลำชนะฝาจีบอย่างงดงาม เขาหายสงสัยทันทีเมื่องามไฉไลกับโพยมยงตามไปต่อว่ากำนันฝอยกับลูกที่ทำงานไม่สำเร็จ ตัวตนของคู่หมั้นกับแม่ทำให้ปกรณ์พลกลุ้มใจมาก ส่วนอรรถตามมาเยี่ยมบัวสาย ที่โรงพยาบาล เขาถามบัวสายว่าเพลงลำเป็นลูกของเขาใช่หรือเปล่า คุณไม่ตอบ แต่เหน็บแนมต่อว่าเรื่องศักดิ์ศรีผู้ดี ความต่ำต้อยของแม่เพลงลำตัด เท่านี้อรรถก็เข้าใจ ขอโทษที่ปล่อยให้คุณต้องอุ้มท้องกลับบางลำ และเลี้ยงลูกคนเดียว เพลงลำยืนอยู่ที่หน้าห้องได้ยินทุกอย่าง แอบหลบไปไม่ให้อรรถพบ เมื่ออรรถกลับไป เพลงลำบอกว่าคุณตั้งมั่นจะเป็นแม่เพลงลำตัดที่ดีให้ได้

ที่กรุงเทพโฉมตรูได้ต้อนรับ “ดัสกร” เพื่อให้นเก่าเมื่อครั้งไปเรียนที่สวิสเซอร์แลนด์ ดัสกรคือคนรักก่อนจะแต่งงานกับอรรถ ดัสกรมาพบคุณเพื่อให้ลาเพราะเขาป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เขาอยากพบลูก โฉมตรูปฏิเสธไม่ยอมให้พบปกรณ์พล แต่ดัสกรก็พบกับปกรณ์พลจนได้ในวันหนึ่ง แม่ปริก คนรับใช้เก่าแก่รู้ความจริงว่าปกรณ์พลเป็นลูกดัสกรกับโฉมตรู

ก่อนงานหมั้นงามไฉไลกับโพยมยงไปพบกำนันฝอยคุณต้องการทำลายเพลงลำกับแม่ให้ถึงที่สุด หญิงสาวจ้างฝาจีบให้ไปเผาบ้านของบัวสาย ฝาจีบเมื่อพบงามไฉไลก็หลงรักตั้งมั่นจะแต่งงานให้ได้ บ้านบัวสายถูกเผาตามแผน ในช่วงเวลาเดียวกันงามไฉไลติดต่อจ้างคณะลำตัดบัวสายไปแสดงในงานหมั้นของคุณกับปกรณ์พล คุณต้องการประจานเพลงลำกับแม่ให้ได้อายกลางงาน บัวสายไม่อยากให้เพลงลำรับงาน

ตะวันยอแสง 2

ซ้อนไปตามหาสายที่เรือ แต่สายหลบหน้า ทำให้ตะวันสงสัย สายอ้างว่าซ้อนอาจมาเอาเรื่องที่ตะวันรังควานนเรนทร์ นเรนทร์มาขอเงินพริ้มเพรา ออกไปเที่ยวงานวัดประยูรกับ กลุ่มเพื่อให้นจอมเกเร ตะวันต้องอยู่เฝ้าเรือกับเอี้ยงที่ท่าน้ำวัดกัลยา เจอนเรนทร์พาท่านต้นขับเรือยนต์เล่นรอบๆนั้น นเรนทร์ประมาทจนเรือพลิกคว่ำ ท่านต้นตกน้ำใกล้จมเพราะไม่มีแรง ตะวันกับเอี้ยงจึงตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยขึ้นมาบนเรือ ส่วนนเรนทร์ไม่เป็นอะไร เกาะแพเรือลอยน้ำไปอย่างปลอดภัย

ฟังน้ำเสียงช่างสนทนา กล้าพูดของตะวัน ทำให้คุณต้น นึกถูกใจเด็กหญิงตะวันอย่างแปลกแปลก พาลให้นึกถึงดวงพรอีกที ท่านต้นขอให้ตะวันไปหาที่คฤหาสน์อีกวัน แต่ตะวันไม่กล้าไป เพราะสายกำชับไม่ให้เข้าไปคลองบางหลวงอีกท่านต้นจึงบอกว่าจะกลับมาหาตะวันด้วยตัวเอง

ท่านต้นกลับมา สั่งรื้อป้ายห้ามจอดเรือทุกอันออก เพราะซาบซึ้งน้ำใจจากชาวเรือของเด็กหญิงตะวัน ทำให้เขาตาสว่าง เลิกแบ่งชั้นกับคนอื่นอีกต่อไป คร้าวบังคับเอาเงินและรังแกตะวัน สายเผ่านาช่วย จึงแทงคร้าวตาย จากนั้นจึงเอาจดหมายกับเงินก้อนหนึ่ง ให้ตะวันหนีไปหาพริ้มกับซ้อนที่เรือนแพ ในคลองบางหลวง เอี้ยงขอติดตามตะวันไปด้วย เพราะไม่อยากอยู่กับพ่อเลี้ยงใจร้าย ส่วนสายรอมอบตัวกับตำรวจอยู่ที่เรือ

ท่านต้นป่วยหนัก ตรอมใจที่ตามหาตะวันไม่เจอ ระหว่างเดินทางมาคลองหลวง ตะวัน กับ เอี้ยง ถูกล้วงกระเป๋าจนไม่มีเงินติดตัว จดหมายของสายก็หายไป ทั้งสองต้องระหกระเหินเร่ร่อนมาถึงท่าน้ำเรือนแพ แต่เห็นผู้คนวุ่นวายกับงานศพของท่านต้น จึงไม่กล้าเข้าไป นเรนทร์ขับเรือยนต์เล่นกับเชิด เพื่อให้นสนิท เห็นตะวัน จึงตั้งอกตั้งใจขับเรือชน แต่เอี้ยงเอาหนังสติ๊กยิงใส่เบ้าตานเรนทร์ ทำให้เรือนเรนทร์ชนกับเรือโยง ตะวันกับเอี้ยงกลัวความผิด จึงรีบหนีไป

คุณใหญ่ต่อว่านเรนทร์เรื่องขับเรือไปชน แต่พอรู้เรื่องจากเชิดว่าคนที่มีเรื่องด้วยคือตะวัน ก็สะดุ้งมาก รีบให้ซ้อนไปตามหาตัวมา โชคชะตาทำให้ตะวันกับเอี้ยง มาขออาศัยอยู่ในตึกของศักดิ์ระพี ตะวันแอบได้ยินคุณใหญ่และศักดิ์ระพีคุยกัน ว่าต้องการตัวเด็กตะวัน ทำให้ตะวันกลัวความผิด คิดว่าคุณใหญ่จะเอาเรื่องที่รังแกนเรนทร์ จึงพาเอี้ยงหนีไป

กามเทพหรรษา

ความทรงจำเกี่ยวกับความรักของ หรรษา เจ้าหน้าที่ข้างพีอาร์ของคิวปิตฮัต ไม่ค่อยสวยงามนัก แฟนทุกคนของคุณมักได้รับอุบัติเหตุจากความซุ่มซ่ามของหรรษา หรรษาจึงมีความฝังใจว่า คุณมีดวงกินผู้ชาย หรือทำให้คนรักเดือดร้อน จนไม่ต้องการจะมีแฟน

ภีมสั่งหนูษาให้ไปตามล่าขอพูดจากับ ทิม พิชยธร เศรษฐีเจ้าของโรงแรม ที่กำลังจะฟ้องคิวปิดฮัตเรื่องภาพของเขา และน้องชาย ธรณ์ พิชยธร ในงานปาร์ตี้ของคิวปิดฮัตหลุดออกสื่อ

ทิมเป็นเพอร์เฟคชั่นนิสต์ เป็นมิสเตอร์ถูกทุกเรื่อง เขารำคาญหรรษา มิสซิสผิดทุกที่ ที่คอยตามป่วนเขาอยู่เสมอ แต่โชคชะตาก็พาให้ทั้งคู่ได้มาใกล้ชิดกัน ในโกดังที่ถูกวางเพลิง!

ทิมพบว่ามีบุคคลลึกลับคิดจะลอบฆ่าเขา ทิมต้องติดบนเรือยอร์ชกับหรรษาเกือบหนึ่งอาทิตย์ เพราะมีคนทำลายSystemนำทางและเจาะถังน้ำมัน ช่วงเวลานั้นเขาสนิทสนมกับหรรษา หรรษาคอยสอนให้คนตึงเครียดอย่างเขาผ่อนคลายลง

หรรษาเองก็ประทับใจทิมที่สอนให้คุณมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น หรรษาไม่กล้าคิดเกินเลยกับทิม แต่รูปของคุณและทิมก็หลุดแปลงเป็นข่าวอื้อฉาว ทำให้ ซินดี้ และ แองจี้ สองพิธีกรไฮโซรายการทีวีไม่พอใจมาก ออกโรงขัดขวางความรักของทิมกับหรรษาอย่างสุดกำลัง

ด้วยความช่วยเหลือของ หมวดปรัชวินทร์ ทิมตามสืบหาคนที่ลอบฆ่าเขา เบาะแสส่วนใหญ่พุ่งตรงมาที่ธรณ์น้องชายคนเดียว ทำให้ทิมเสียใจมาก แต่ที่เสียใจที่สุดคือ ธรณ์ทำท่าทางจะจีบหรรษา ผู้หญิงคนเดียวที่เขาสนใจ

ทิมแสดงความรู้สึกไม่เป็น ลำพังจะบอกรักหรรษาก็ยากแล้ว หรรษายังชอบหนีเขา เพราะคิดไปเองว่า ทิมจะยิ่งดวงซวยเมื่อมีหล่อนอยู่ใกล้ ๆ หรรษาพยายามปฏิเสธทิมเพราะคิดว่าตนไม่คู่ควร

จนกระทั่งวันหนึ่ง หรรษาถูกจับตัวไป ทิมตามไปช่วยเหลือ เขารู้ความจริงเรื่องของธรณ์ในที่สุด แต่โชคร้าย เขาถูกยิงอาการสาหัส! ดวงกินผู้ชายของหรรษาจะส่งผลถึงชีวิตทิมไหม โปรดติดตาม

มือปราบเจ้าหัวใจ

คือวิสัยทัศน์ของตำรวจที่ต้องยึดเป็นแนวนโยบาย โดยต้องเป็นข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ ทักษะ รู้ลึก รู้รอบ รู้จริง ในงานที่ทำและต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม ซื่อสัตย์ ซื่อตรง อดทน เสียสละ ต้องขยัน และมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดต้องตระหนักเสมอว่าเป้าหมายการทำงานของตำรวจคือ “ความผาสุกของประชาชน”

ร.ต.อ คณินทร์ เวโรจน์ มือปราบชายหนุ่มบ้าดีเดือด หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจแห่ง ป.ส คือนายตำรวจที่ ยึดมั่น ในหลักการนี้ยิ่งกว่าสิ่งใด ด้วยอุดมการณ์ส่วนตัวที่มีการตายของบิดา อดีตตำรวจสายสืบยาเสพติดที่ถูกหัวหน้าเครือข่ายองค์กรยาเสพติดผ่านชาติ “กลุ่ม DEAD HERO” ฆ่าตาย เป็นแรงขับในการทำหน้าที่

คณินทร์จึงมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างองค์กร Dead Hero ซึ่งเป็นองค์กรค้ายาเสพ ติดผ่านชาติ ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศขณะนี้ ซึ่งต่อมา ทางการข่าว ให้สืบทราบว่า องค์กร Dead Hero เป็นท่อน้ำเลี้ยงส่งเงินเพื่อให้ส่งเสริมการก่อการร้ายขององค์กร Black Shark ของมิสเตอร์เจสัน

และคณินทร์ยังตั้งอกตั้งใจลากคอหัวหน้าองค์กร ที่รู้จักกันในนาม “คุณ” ซึ่งทำตัวเป็นปริศนา ลึกลับ ไร้ตัวตน มาดำเนินคดีให้ได้ในสักวันหนึ่ง โดยมีสมาชิกในทีมคอยเกื้อหนุน ได้แก่ ร.ต.อ ปรมัตถ์ เพื่อให้นสนิทของคณินทร์ตั้งแต่โรงเรียนนาย ร้อยตำรวจ ที่ชอบแข่งขันกับคณินทร์มาตลอดใน ทุกๆเรื่อง…แต่ไม่เคยเอาชนะได้เลย โดยเฉพาะเรื่อง การคิดแผนและกลยุทธ / หมวดมาโนช ผู้ชำนาญเชี่ยวชาญเรื่องไอทีและเทคโนโลยีทุกอย่างในโลกนี้ / หมวดสุจิตรา หมวดสาวสวยแรงพอๆกับความสามารถการต่อสู้ ทั้งหมดอยู่ภายใต้การบัญชาการของ พ.ต.อ เจษฎา ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจชุดนี้

และแล้ว คณินทร์ก็ได้เบาะแส ว่าองค์กร Dead Hero กำลังจะจัดปาร์ตี้ขอบคุณเอเย่นต์ ขายยาในโรงแรมหรูใจกลางกรุง คณินทร์และทีมสืบทราบมาว่า “ไอ้แหลม” ผู้ดูแลเครือข่ายเอเย่นต์ ทั้งหมดที่ขึ้นตรงกับ “คุณ” ได้เดินทางมาดูแลเอเย่นต์ทั้งหมดด้วยตัวเอง คณินทร์และทีมพร้อมกองกำลัง ส่งเสริมได้ทำการเข้าจับกุม แต่ไอ้แหลมกลับหนีไปได้ เพราะไหวตัวทัน และได้ฆ่าตำรวจสายสืบที่แฝงตัว เข้าไปหาข่าวในแก๊งของไอ้แหลม

ไอ้แหลมหนีไปได้ แต่พวกลูกน้องของมันได้จับตัวพนักงานโรงแรมและแขกเป็นตัวประกัน ทำให้ต้องขอกำลังจากหน่วยอรินทราชเข้าทำการช่วยเหลือตัวประกันจนสำเร็จ เมื่อสายสืบถูกฆ่าตาย ร้อนถึงคณินทร์ต้องหาคนใหม่

รวมทั้งมีคนเข้าตา เมื่อ “จ่าขจร” ตำรวจจราจรที่สนิทสนมคุ้นเคยกับคณินทร์ เป็นอันดี เนื่องด้วยปฏิบัติงานอยู่รอบๆบ้านของคณินทร์ ได้แสดงวีรกรรมช่วยตำรวจ ท้องที่ไล่จับพวกวัยรุ่น มั่วสุมเสพยา โดยมีคณินทร์ตกกระไดพลอยโจนไปร่วมขบวนด้วย จ่าขจรยิงปืนแม่นชนิดจับวาง สร้างความแปลกใจให้กับคณินทร์มาก จ่าขจรให้เหตุผลว่า…ไปฝึกยิงทุกครั้งหลัง เจ๊ดา เมียจ่าขจรที่ตั้งเพิงขายอาหารตามสั่งแถวโรงพักด่าเรื่องเงินเดือนไม่พอใช้และหนี้สินที่ไม่เคยผ่อนจ่ายหมด แต่แล้วจ่าขจรก็แทบช็อค เมื่อพบว่าหนึ่งในวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาคือ โน้ต ลูกชายคนเดียวของจ่าขจรกับเจ๊ดา

โน้ตถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัด ทำพ่อแม่กลุ้มใจ ดุด่าตำหนิตักเตือนอย่างไร ก็ไม่มีผล เพราะฮอร์โมนวัยรุ่นกำลังแรงและติดเพื่อให้น พ่อที่โน้ตไม่เคยภูมิใจ เป็นแค่จ่าจราจรกระจอกอย่างจ่าขจร จึงทำได้แค่เพียงร้องไห้อยู่เงียบๆ เพราะเป็นห่วงอนาคตลูกชาย

คณินทร์จึงเสนองานใหม่ให้จ่าขจร นั่นคือเป็นตำรวจสายสืบในทีม คอยส่งสายหาข่าว โดยมีวัตุประสงค์ต้องเข้าถึงตัว “คุณ” นายใหญ่ของแก๊ง DEAD HERO ให้ได้ จ่าขจรรีบตอบรับเพื่อให้เบี้ยเลี้ยงที่ มากขึ้น และที่สำคัญเพื่อให้อุดมการณ์ กำจัดปราบปรามไอ้พวกเดนนรกที่ขายยาบ่อนทำลายอนาคตและชีวิต ของลูกชายตัวเอง นี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้โน้ตภูมิใจได้ในที่สุดในภายหลัง เมื่อจ่าขจรต้องเสียชีวิตในขณะที่ ทำหน้าที่

เมื่อเอเย่นต์รายย่อยเกือบทั้งหมดถูกจับกุม และนำไปสู่การแถลงข่าวของ ป.ส โดยมี พ.ต.อ เจษฎาและ ร.ต.อ ปรมัตถ์เป็นผู้ออกหน้า….เพราะ คณินทร์เป็นพวกไม่ชอบออกสื่อ แถมพูดจาขวานผ่า ซาก ไม่ค่อยเป็นมิตร กับนักข่าวนัก จนได้รับฉายาจากนักข่าวว่า “ผู้กองร็อด” (ย่อมาจากร็อดไวเลอร์)

ข่าวการจับกุมเอเย่นต์เครือข่าย Dead Hero นี้สร้างความสนใจให้กับ มินตรา นักข่าวสาว สายสังคมประจำสถานีข่าว Seven Days News ที่ให้ความสนใจทำข่าวเกี่ยวกับยาเสพติดและผลกระทบ ที่มีต่อสังคมเป็นพิเศษ เพราะ ไมค์ น้องชายของมินตรา ถูกคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกันและถูกฆ่าตาย มินตราจึงเหลือเพียง จันทรา ผู้เป็นยาย ครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว ที่มินตราส่งไปพักและรักษา ตัวใน Medical Center แห่งหนึ่ง เพราะยายเป็นอัลไซเมอร์ ต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ แม้จะราคาสูง แต่มินตราก็กัดฟันสู้ ใช้เงินอย่างประหยัด

ปมที่ต้องสูญเสียน้องชาย ทำให้มินตราต้องการนำเสนอปัญหาผลกระทบของยา เสพติดที่ร้ายแรง และหนทางแก้ไขที่ยั่งยืน นั่นคือ ครอบครัวแข็งแรง คนแข็งแรง ยาเสพติดย่อม บั่นทอนความแข็งแรงของประชาชนและประเทศชาติไม่ได้ แต่ “เจ๊อุมา หรือเจ๊อูม่า” บก.ข่าวของ มินตราไม่เคยอนุมัติ เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายเกินไปสำหรับนักข่าวผู้หญิง แต่มินตราไม่ยอมแพ้ คุณจึงตัดสินใจทำสกู๊ปการปราบปรามยาเสพติดของหน่วยคณินทร์อย่างลับๆ นอกเวลางานข่าวสังคมประจำ โดยมี นครินทร์ ตากล้อง เพื่อให้นรุ่นพี่คู่หูที่เห็นอกเห็นใจ และเข้าใจช่วยมินตราด้วยอีกแรง

แต่คณินทร์ไม่เห็นด้วยและไม่เต็มใจให้มินตรามาวุ่นวาย ปรมัตถ์จึงอาสาเทคแคร์ และให้ข้อมูลเท่าที่ให้ได้ จนทำให้สนิทสนมกัน และทำให้ปรมัตถ์ชอบมินตราในที่สุด โดยที่มินตราไม่รู้สึกตัว

มินตราตามสะกดรอย จนโผล่เข้าไปอยู่ในสภาพการณ์ไล่ลาปราบปรามพวกซื้อขายยา เสพติดที่อันตรายอยู่เนืองๆ จนทำให้มีปากมีเสียงกับคณินทร์เป็นประจำ แล้วความลับก็เปิดเผย ว่ามินตราไม่ได้รับมอบหมายจากทางสถานี เป็นการทำสกู๊ปโดยพลการ คณินทร์จึงไล่ตะเพิดมินตรา แต่มินตราก็ขอโอกาส พร้อมกับรับรองเจตนาในสิ่งที่ทำ มินตราเชื่อมั่นว่าถ้าทำภารกิจนี้สำเร็จ เจ๊อุมาจำเป็นต้อง เปลี่ยนใจและเห็นใน ความถนัดของคุณที่มีมากกว่าการไล่ตามคุณหญิงคุณนายไปทำข่าวตัดริบบิ้น ความมุ่งมั่นของมินตราทำให้คณินทร์ยอมใจอ่อน เพราะต่างก็มีอุดมการณ์เหมือนกันนั่นคือ…ทำให้สังคม ดีขึ้น

จ่าขจรได้เบาะแสจากสายข่าวที่ส่งเข้าไปแทรกซึมในแก๊งของไอ้แหลม ทำให้ได้โฉมหน้าคนที่คิดว่าใช่ “คุณ” นั่นคือ นายวาทิศ พงศ์พล เจ้าของธุรกิจหลากหลาย มูลค่าเป็น พันล้าน ตั้งแต่บริษัททัวร์ อู่ซ่อมรถ สถานสำราญใจตอนกลางคืน คณินทร์ตามประกบจนไปเจอวาทิศ กำลังปาร์ตี้ยากับไฮโซอย่างเมามัน แต่ก็เอาผิดอะไรวาทิศไม่ได้ เพราะ…ตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกาย บ้าน หรือรถ หรือสถานที่ประกอบการต่างๆที่คิดว่าจะเป็นแหล่งพักยา ก็ไม่มีหลักฐานให้เอาผิดได้…..

แต่คณินทร์มั่นใจว่าวาทิศคือ “คุณ” วาทิศออกมาเผชิญหน้าท้าทาย ถ้าคณินทร์แน่จริง ก็ขอให้หาหลักฐานมาจับเร็วๆ ก่อนจะฟ้องคณินทร์กลับ ข้อหาดูหมิ่นให้ได้รับความเสียหาย บวกกับการให้ข้อมูลจากทีม โดยเฉพาะปรมัตถ์ ที่ได้ข้อสรุปว่า…คณินทร์สั่งการด้วยอารมณ์ส่วนตัว

คณินทร์ถูกพักงานชั่วคราว โดยปรมัตถ์ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาดูแลคดีแทน….ปรมัตถ์เย้ยคณินทร์ว่านี่ คือช่วงเวลาที่ปรมัตถ์จะได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีทักษะทัดเทียมกับคณินทร์

คณินทร์เหมือนคนอกหัก แต่เพราะเป็นตัวคนเดียวไม่มีครอบครัว การพักงานยิ่ง ทำให้ฟุ้งซ่าน มินตราที่เห็นอกเห็นอกเห็นใจคณินทร์จึงชวนให้คณินทร์มาเป็นผู้ช่วยทำสกู๊ป ติดตามทีมไป จัดการไล่ล่าพวกเอเย่นต์ คณินทร์นึกขอบใจมินตรา เพราะเท่ากับว่าคณินทร์เองก็ยังได้ทำงานอยู่ เพียงแค่ไม่ได้ออกหน้าเท่านั้นเอง

คณินทร์สนิทสนมกับมินตรามากขึ้น จนได้มีโอกาสไปเยี่ยมยายจันทราของมินตราที่ Medical Center ตรงนั้น คณินทร์ได้รู้จักกับ คุณตาปวิตร ผู้ร่าเริงและใจดี ซึ่งกลายมาเป็นคู่จิ้นกับยาย จันทรา ทั้งคู่สนิทกันมาก และคุณตาปวิตรก็ได้เผื่อแผ่ความเมตตาเอ็นดูมาถึงมินตราด้วย แต่สัญชาติญาณของคณินทร์บอกอยู่ลึกๆว่า….คุณตาปวิตรไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น

คณินทร์ถูกลอบรังแกระหว่างทางกลับจากงานวันเกิดของคุณตาปวิตรที่ Medical Center โชคดีที่คณินทร์ไม่ได้ลุยเดี่ยว เพราะได้ กรันย์ นายทหารอากาศเพื่อให้นรักที่เดินทางมาด้วยช่วยเอาไว้ ทำให้คณินทร์นึกสงสัย เหมือนถูกใครสะกดรอยตาม เพราะคณินทร์ไม่เคยรายงานการเปลี่ยนแปลง ให้กับใครนอกจากลูกทีม…คณินทร์ได้กลิ่นหนอนบ่อนไส้ภายในทันที จึงไปรายงานกับพันตำรวจเอกเจษฎา ทำให้ทุกคนในทีมถูกจับตามองกันไปหมด เกิดบรรยากาศอึดอัด คณินทร์ถูกปรมัตถ์ให้ร้าย หาว่าคณินทร์พาล เมื่อตัวเองถูกพักงาน เลยต้องการป่วนทีมภายใต้การนำของปรมัตถ์ ทั้งคู่วางมวยกัน และเข้าหน้ากันไม่ติด

แล้วคณินทร์ก็ได้รับการงดเว้นโทษ กลับเข้าประจำการเหมือนเดิม ภายหลังที่ได้รับเบาะแส ว่าจะมีการขนยาเสพติดล็อตใหญ่จากประเทศเพื่อให้นบ้านเข้าภายในประเทศ แล้วเดินทางลงเรือส่งต่อไปยัง ประเทศที่สาม คณินทร์และทีม พร้อมกับตำรวจตระเวณชายแดนได้สนธิกำลังกันทำการจับกุม โดยมี ภูริช เพื่อให้นรักทหารบก ที่นำข่าวสำคัญมาบอกว่า…. “คุณ” ตัวจริงไม่ใช่วาทิศ!! ไปร่วมดำเนินการ กับคณินทร์ด้วย เพราะ ร.ท ฐิติ คู่ปรับคนสำคัญของภูริช เป็นคนขนจัดส่งยาเสพติดล็อตนี้จาก ชนกลุ่มน้อยให้กับองค์กร Dead Hero ภูริชต้องไล่ล่าจับตัว ร.ท ฐิติให้ได้!!!

ในที่สุดยาล็อตใหญ่ก็ถูกยึดเอาไว้ พร้อมคนร้ายเกือบทั้งหมดที่ไม่ถูกยิงตายก็ถูกจับ ร.ท ฐิติยังหนีลอยนวลไปได้…มีการแถลงข่าวอีกรอบ…วาทิศเดือดมาก มั่นใจว่าข่าวรั่วไหลเพราะมีหนอน บ่อนไส้อยู่ในองค์กรปล่อยข้อมูล ประกาศหาตัวเพื่อให้เด็ดหัว และต้องจัดการกับคณินทร์ให้ได้โดยไว เพราะคณินทร์คืออุปสรรคสำคัญ ตามคำสั่งของ “คุณ” ตัวจริง

คณินทร์คิดหนัก จะเข้าถึงตัวการใหญ่ได้อย่างไร….และแล้วคณินทร์ก็ถูกลอบฆ่าอีกที โดยมีมินตราอยู่ร่วมในเหตุการณ์ ทั้งคู่รอดมาได้ ทำให้รู้ใจตัวเองกันว่า…ต่างมีใจให้กัน หลังจากผ่าน เหตุการณ์ทั้งร้ายและดีมาด้วยกันในระยะเวลาหนึ่ง ทำให้ปรมัตถ์เจ็บปวด…เพราะนั่นเท่ากับว่าแม้กระทั่ง เรื่องความรัก ตัวเองก็พ่ายแพ้ให้กับคณินทร์

คณินทร์ได้เบาะแสจากจ่าขจร ว่าจะมีการสัมมนาเอเย่นต์ทั่วประเทศเพื่อให้คิดแผนรับมือการ จับกุมของตำรวจ คณินทร์จึงคิดแผนบุกรวบตัวพวกหัวๆ หวังจะจับทั้งยวง กลยุทธของคณินทร์รั่วไหล การสัมมนาเอเย่นต์ต์ถูกยกเลิกในวินาทีสุดท้าย พร้อมๆกับที่คณินทร์จับได้ว่า ปรมัตถ์คือหนอนบ่อนไส้!!!!

แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง 31-4 กุมภาพันธ์ 2554

จังด๊อกต้องการให้ซอจังกึมฝังเข็มให้คนไข้ แม้ว่าซอจังกึมจะจดจำจุดต่างๆในร่างกายคนได้อย่างแม่นยำและก็ตาม แต่นางก็ไม่กล้าฝังเข็มให้คนไข้อยู่ดี ที่แท้ซอจังกึมเคยฝังเข็มให้จังด๊อกมาก่อนซึ่งนางก็เคยทำผิดพลาดมาแล้วจนทำให้จังด๊อกเกือบเสียชีวิต มินจุงโฮบอกว่าซอจังกึมขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ดังนั้นจึงบอกให้จังด๊อกให้กำลังใจนาง จังด๊อกบอกมินจุงโฮว่ามีเพียงซอจังกึมคนเดียวเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาของนางเองได้ หัวหน้าปศุสัตว์ขอแรงมินจุงโฮคุ้มครองม้าสามร้อยตัวของวังหลวงส่งไปที่เกาะหนิว การเดินทางไปคราวนี้ขอให้จังด๊อกร่วมเดินทางไปด้วยเพื่อให้รักษาทหารที่กำลังป่วยอยู่

                        ดังดึ้กดูซึ่งพึ่งเดินทางมาถึงจี้โจวเพื่อให้เยี่ยมเยียนซอจังกึมนั้น เพราะว่าเมาเรือ ดังนั้นจึงถูกนำตัวไปรักษาที่ที่ว่าการ ภายหลังที่ซอจังกึมช่วยรักษาดังดึ้กดูแล้ว ทั้งสองถามสารทุกข์สุกดิบกัน ดังดึ้กดูบอกซอจังกึมว่าเมียของเขาพึ่งจะให้กำเนิดลูกชาย   เหตุเพราะพึ่งมีลูกจึงไม่สะดวกจะเดินทางมาหาซอจังกึม   สำหรับเรื่องในวังหลวงนั้น วังหลวงไม่สั่งซื้อเหล้าจากที่ร้านแล้ว เชื่อว่าจำเป็นที่จะต้องเป็นความสามารถแชซังกุงอย่างแน่ๆ
                        ทหารเว่ยกว้านฉวยโอกาสที่ทหารดูแลไม่รัดกุมบุกจี้โจว เพียงคืนเดียวเท่านั้นได้จับชาวเมืองและเจ้าหน้าที่ทางการไปเยอะมากๆ แม่ทัพเว่ยกว้านล้มป่วยต้องการให้หมอมารักษา เนื่องด้วยจังด๊อกไม่อยู่ ดังนั้นจึงไม่มีหมอที่จะรักษาแม่ทัพ ทหารเว่ยกว้านใช้ชีวิตราษฎรข่มขู่ ในที่สุดก็มีคนบอกว่าซอจังกึมสามารถรักษาอาการป่วยของแม่ทัพได้ แต่ซอจังกึมกลับบอกว่านางไม่มีความชำนาญพอที่จะฝังเข็มได้ ทหารเว่ยกว้านจึงใช้ชีวิตของดังดึ้กดูเป็นเครื่องต่อรอง ซอจังกึมไม่มีทางเลือกจำต้องเสี่ยงดูสักครั้ง
                        ซอจังกึมไม่มีทางเลือกจำต้องเสี่ยงดูสักครั้ง ผลปรากฏว่าการฝังเข็มประสบสำเร็จ จากนั้นนางก็เขียนใบสั่งยาให้สาวใช้ถืออกไปซื้อยา เมื่อสาวใช้กลับมาพร้อมกับยาที่สั่งซื้อ ซอจังกึมพบว่ามินจุงโฮมีจดหมายมาถึงนาง ที่แท้มินจุงโฮเดินทางกลับมาจี้โจวแล้ว แต่เหตุเพราะสภาพการณ์กำลังวิกฤต   ดังนั้นจึงขอแรงซอจังกึมจับตัวแม่ทัพไว้ ซอจังกึมบอกกับทหารว่าสาวใช้ซื้อยามาผิด ต้องออกไปซื้อมาใหม่ ซอจังกึมจึงฉวยโอกาสนี้ส่งจดหมายความว่ามินจุงโฮ
                        ทหารเว่ยกว้านต้องการให้ซอจังกึมลงเรือไปด้วยเพื่อให้คอยปรนนิบัติท่านแม่ทัพ .ซอจังกึมอ้างว่าต้องไปเก็บสมุนไพรชนิดหนึ่งซ่งอยู่รอบๆใกล้ๆนี้ก่อน ทหารเว่ยกว้านติดตามซอจังกึมไป ที่แท้มินจุงโฮได้สั่งให้ทหารดักซุ่มอยู่เพื่อให้รอให้ทหารเว่ยกว้านปรากฏตัว   มินจุงโฮนำพาทหารจับกุมทหารเว่ยกว้านไว้ได้   ขณะที่   มินจุงโฮคุมตัวทหารเว่ยกว้านกลับไปที่ว่าการนั่นเอง หัวหน้าปศุสัตว์ที่หายไปได้ปรากฏตัวขึ้น หัวหน้าปศุสัตว์บอกมินจุงโฮว่ามินจุงโฮสร้างความดีความชอบความชอบไม่น้อย ตนจะถวายฏีกากราบทูลพระเจ้าจุงจงทรงทราบ เวลานี้มินจุงโฮรู้สึกประหลดใจถึงการหายตัวไปของหัวหน้าปศุสัตว์เป็นอันมาก
 
                        มินจุงโฮแสดงความดีงามใจกับซอจังกึมที่สามารถฝังเข็มรักษาคนไข้ได้สำเร็จ แต่มินจุงโฮกลับพูดกับซอจังกึมว่าไม่อยากให้ซอจังกึมฝังเข็มรักษาคนไข้อีกต่อไป ที่เป็นเช่นนี้เพราะทั้งสองจะได้อยู่ที่เมืองจี้โจวต่อไป ซอจังกึมกล่าวกับมินจุงโฮว่าเพราะมินจุงโฮนี้เอง ทำให้นางเป็นสุขมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ความเกี่ยวข้องของซอจังกึมและมินจุงโฮกระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จังด๊อกจิ่วตัดสินใจเดินทางกลับฮั่นหยาง มินจุงโฮต้องเดินทางไปรายงานเรื่องการรุกรานของทหารเว่ยกว้าน ทั้งสองจึงร่วมเดินทางไปด้วยกัน
                        จังด๊อกเริ่มสอนซอจังกึมใช้พิษรักษาอาการป่วย ในเวลาเดียวกันนี้เอง ซอจังกึมได้ถูกทหารจากหอคุณธรรมจับตัวไปในข้อหาช่วยรักษาอาการป่วยให้แก่แม่ทัพข้าศึก มินจุงโฮและหัวหน้าปศุสัตว์เดินทางเข้าวังหลวง ที่แท้หัวหน้าปศุสัตว์เป็นคนของโอดึมโฮ โอดึมโฮบอกกับหัวหน้าปศุสัตว์ว่าจะหาโอกาสให้เขากลับเผ่านาทำงานที่ฮั่นหยางอีกรอบ มินจุงโฮได้พบกับหัวหน้าองครักษ์และเห็นฏีกาที่หัวหน้าปศุสัตว์เขียนขึ้น ที่แท้เนื้อความในฏีกาได้ใส่ความซอจังกึม เวลานี้เองมินจุงโฮถึงรู้ว่าซอจังกึมถูกขังอยู่ในหอคุณธรรม
                        หัวหน้าหอคุณธรรมกำลังสืบสวนซอจังกึมอยู่ ทันใดนั้น มินจุงโฮวก็ปรากฏตัวขึ้น มินจุงโฮแถลงการณ์ว่าการจับตัวทหารเว่ยกว้านในคราวนี้นั้น ซอจังกึมมีคุณความดีความชอบไม่น้อย จากนั้นได้หยิบจดหมายที่ตนและซอจังกึมเขียนติดต่อกันอกมาเป็นหลักฐาน มินจุงโฮเขียนฏีกาถวายพระเจ้าจุงจง แต่นึกไม่ถึงว่าฏีกากลับถูกโอดึมโฮตีกลับมา มินจุงโฮบอกโอดึมโฮว่าหัวหน้าปศุสัตว์ไม่อยู่ที่จวน การที่ซอจังกึมช่วยรักษาอาการป่วยให้แก่แม่ทัพข้าศึกเพราะต้องการรักษาชีวิตชาวเมืองจี้โจวเอาไว้ แต่โอดึมโฮกลับยืนกรานว่าซอจังกึมมีความผิดฐานกบฏต่อชาติบ้านเมือง
                        ภายหลังที่ชองอุนแป๊ดได้รับการรักษาจากจังด๊อกและก็เดินทางกลับวังหลวง     ชองอุนแป๊ดได้ยินคนในวังหลวงพากันร่ำลือถึงหมอผู้หญิงคนหนึ่งที่เมืองจี้โจว ชองอุนแป๊ดคิดว่าเกิดเหตุขึ้นกับจังด๊อก   หมอผู้หญิงพากันถวายการนวดให้ฮองเฮา อองเฮาจึงทรงรู้ว่ามีหมอผู้หญิงจากเมืองจี้โจวถูกหอคุณธรรมสอบปากคำ ภายหลังที่ฮองเฮาทรงรู้เรื่องโดยละเอียดและนำขึ้นกราบทูลพระเจ้าจุงจง พระเจ้าจุงจงทรงทอดพระเนตรฏีกาของมินจุงโฮแล้ว พระองค์ทรงกริ้วเป็นอันมาก ฮ่องเต้มีรับสั่งลงโทษหัวหน้าปศุสัตว์และตบรางวัลให้แก่ซอจังกึม หัวหน้าองครักษ์ต้องการให้มินจุงโฮกลับมาทำงานที่ฮั่นหยาง มินจุงโฮลังเลไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี
                        การสอบเพื่อให้เป็นหมอหลวงผู้หญิงกำลังจะมีขึ้น ชองอุนแป๊ดไปหาซอจังกึมจากนั้นก็ถามนางว่าในใจของนางยังมีความแค้นอยู่ไหม ซอจังกึมตอบชองอุนแป๊ดว่านางไม่มีวันทิ้งความแค้นได้ ชองอุนแป๊ดได้ยินคำตอบจากซอจังกึมเช่นนั้นจึงไม่ได้บอกนางถึงเรื่องการคัดเลือกหมอหลวงผู้หญิงให้นางรู้      ซอจังกึมรู้ว่ามินจุงโฮไม่อยากทำงานที่ฮั่นหยาง เพื่อให้ราชสำนักแล้ว ซอจังกึมแนะนำให้มินจุงโฮกลับมาทำงานที่ฮั่นหยางดังเดิม
                        ซอจังกึมเดินทางกลับจี้โจวพร้อมด้วยไต้เท้าดังและดังดึ้กดู ระหว่างเดินทางกลับนางได้แวะเซ่นไหว้ดวงวิญญาณฮันซังกุง ทันใดนั้นเอง ได้มีเด็กคนหนึ่งปรากฏตัวออกมา เด็กที่ว่านี้บอกว่าที่นี่ไม่เหมาะที่จะฝังศพ ซอจังกึมสังเกตสีหน้าของเด็กพบว่าเด็กคนนี้กำลังป่วยอยู่ ดังนั้นจึงออกปากว่าจะรักษาให้
 
                        ที่แท้เด็กคนนี้เป็นลูกชายของไต้เท้าเฉียนหู้ แม้ว่าเด็กคนนี้จะอายุเยาว์ แต่ก็เป็นเด็กที่มีความรู้อย่างมาก ที่สำคัญมีความชำนาญในการดูฮวงจุ้ยอย่างน่าเหลือเชื่อ ไต้เท้าเฉียนหู้ไม่เชื่อว่าซอจังกึมจะรักษาอาการป่วยให้ลูกชายของตนได้ แต่คุณชายน้อยกลับบอกว่าดูจากหน้าตาซอจังกึมแล้ว นางไม่ใช่คนเลวอะไร ดังนั้นจึงยืนกรานว่าจะให้ซอจังกึมรักษาให้ด้ ภายหลังที่ซอจังกึมรักษาคุณชายน้อยตามวิชาแพทย์ที่ได้เรียนมา ในที่สุดคุณชายน้อยก็หายเป็นปกติ
                        คุณชายน้อยต้องการชดเชยซอจังกึม ดังนั้นจึงช่วยหาฮวงจุ้ยอย่างดีไว้สำหรับทำที่ฝังศพให้ซอจังกึม ไต้เท้าเฉียนหู้ถามซอจังกึมว่ารู้เรื่องการคัดเลือกหมอหลวงหญิงไหม ในตอนนี้เองซอจังกึมถึงรู้ว่ามีการคัดเลือกหมอหลวงหญิง เมื่อล่วงรู้เช่นนี้แล้ว ซอจังกึมก็ได้เดินทางกลับเมืองฮั่นหยางอีกรอบ
                        แม้ว่าซอจังกึมจะเดินทางไปทันสอบ เจ้าหน้าที่คุมสอบมีสามคน ซอจังกึมตระหนกตกใจมากเมื่อเห็นชองอุนแป๊ดเป็นหนึ่งเจ้าหน้าที่คุมสอบ ซอจังกึมตอบคำถามของสองเจ้าหน้าที่คุมสอบได้อย่างราบรื่น แต่เมื่อนางต้องมาตอบคำถามของชองอุนแป๊ด ทำให้นางเกิดความหนักใจขึ้นมา ชองอุนแป๊ดถามซอจังกึมว่าเมื่อต้องช่วยชีวิตศัตรู นางจะช่วยชีวิตหรือเปล่า ซอจังกึมตอบว่านางยังไม่สามารถตัดสินใจได้ ซอจังกึมรู้ว่าชองอุนแป๊ดจำเป็นจะต้องให้นางสอบตกอย่างแน่ๆ ทำให้ซอจังกึมรู้ดีว่านางไม่สามารถสอบผ่านการคัดเลือกเป็นหมอหลวงหญิงอย่างแน่ๆ ดังนั้นจึงตัดสินใจไปขอพักอยู่กับดังดึ้กดูสักคืนหนึ่งก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยเดินทางกลับจี้โจว
                        วันรุ่งขึ้น ดังดึ้กดู,ไต้เท้าดังและซอจังกึมพากันไปดูผลการสอบ นึกไม่ถึงว่าซอจังกึมได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมอหลวงหญิง ที่แท้ชองอุนแป๊ดให้โอกาสซอจังกึม ดังนั้นจึงให้โอกาสนางได้มีโอกาสได้สอบสัมภาษณ์   ซินอิ๊กบีหมอหลวงใหญ่บอกผู้เข้าสอบทุกคนว่าถ้าผู้เข้าสอบคนใดสอบไม่ผ่านสามหมวดก็จะไม่ได้รับใบอนุญาต แต่ซอจังกึมสอบไม่ผ่านเพียงหมวดเดียวเท่านั้น
                        ซินอิ๊กบีเข้มงวดกับการสอนโดยถามความรู้เรื่องสมุนไพรกับทุกคนว่ามีความรู้เรื่องสมุนไพรดีเพียงใด เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ถูกถาม มีเพียงซอจังกึมเท่านั้นที่ไม่ได้ถูกถาม ซอจังกึมเห็นเช่นนั้นจึงขอคำอธิบายจากซินอิ๊กบี ซินอิ๊กบีตอบซอจังกึมไปว่านางไม่มีคุณสมบัติเป็นหมอ เด็กนักเรียนคนอื่นๆก็พากันอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อให้เตรียมตัวสอบ
                        รุ่งขึ้น ซินอิ๊กบีพาผู้เรียนขึ้นเขา โดยต้องการให้ทุกคนเรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยกัน ให้เรียนรู้การหายใจ จากนั้นให้นำความรู้นี้ไปถ่ายทอดให้คนไข้ หมอหลี่อาจารย์หมออีกคนหนึ่งรู้ว่าซอจังกึมมีความรู้ ดังนั้นจึงบอกให้ซอจังกึมอ่านหนังสือกับเพื่อให้นๆ การสอบเริ่มขึ้น นึกไม่ถึงว่าซอจังกึมและซินปีอยู่กลุ่มเดียวกัน
                
                        การสอบด่านแรกให้ทุกคนบอกชื่อสมุนไพร ซอจังกึมสอบผ่านด่านนี้ได้อย่างง่ายดาย จากนั้น ซินอิ๊กบีให้ซอจังกึมเขียนบรรยายว่าจะดูอย่างไรว่าสมุนไพรชนิดนั้นๆมีพิษ มินจุงโฮบอกดังดึ้กดูว่าพระเจ้าจุงจงทรงนึกถึงรสชาติเหล้าที่ร้านของดังดึ้กดู พระองค์ทรงหวังว่าวังหลวงจะซื้อเหล้าจากร้านดังดึ้กดู ต่อมา มินจุงโฮได้เลื่อนตำแหน่งเป็นทหารพระธรรมนูญ
                        ผลการสอบออกมาว่าซอจังกึมสอบไม่ผ่านหนึ่งหมวด ซอจังกึมสอบถามสาเหตุจากซินอิ๊กบี ซินอิ๊กบีบอกซอจังกึมว่านางไม่มีความรู้สึกหวาดกลัว ไม่มีความรู้สึกห่วงใยคนไข้ ซอจังกึมได้ยินเช่นนั้นจึงต่อว่าซินอิ๊กบีว่าอคติต่อนาง ซินอิ๊กบีได้ยินซอจังกึมต่อว่าตนเช่นนั้นจึงบอกกับซอจังกึมว่านางไม่มีคุณสมบัติเป็นหมอ นับเป็นอีกรอบที่ซอจังกึมได้ยินซินอิ๊กบีว่านางไม่มีคุณสมบัติเป็นหมอ ทำให้นางหวนนึกถึงสมัยที่นางยังเป็นเด็กที่นางเคยถูกนางกำนัลสบประมาทว่านางไม่มีคุณสมบัติเป็นนางกำนัลขึ้นมา
                        อาจารย์หลี่เรียกซอจังกึมมาพบ นางยินดีช่วยเหลือซอจังกึม แต่มีข้อแม้ว่าซอจังกึมจำเป็นจะต้องพาเด็กนักเรียนหมอไปงานเฉลิมฉลองที่บ้านไต้เท้าเฉียนหู้ แม้ว่าพระเจ้าจุงจงทรงเคยตรัสว่าไม่สามารถให้หมอมาแทนนางรำได้ก็ตาม แต่เรื่องนี้ไม่ใช่จะเปลี่ยนแปลงกันง่ายๆ วันรุ่งขึ้น มีเพียงซอจังกึมและซินปีที่ไม่ได้ไป ทั้งสองจึงพากันเข้าเรียนวิชาของอาจารย์ซิน โดยอาจารย์ซินได้สอนการตรวจคนไข้ให้คนทั้งสอง
                        อาจารย์ซินต้องการหาหมอผู้หญิงไปเป็นนางรำ ดังนั้นจึงไปปรึกษาหารือกับอาจารย์หลี่จะทำเช่นนี้ได้อย่างไร จะให้หมอมาเป็นนางรำ อาจารย์หลี่กลับย้อนอาจารย์ซินว่าเคยรักษาจนคนตายมาก่อน ดังนั้นควรจะก้มหน้าก้มตาทำงานไป อย่าได้เรื่องมาก นึกไม่ถึงว่าคำพูดของทั้งสองถูกซอจังกึมได้ยินจนหมดสิ้น
                        ซินปีถามคนไข้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จากนั้นนางก็จดบันทึกอย่างละเอียด ซอจังกึมเห็นซินปีทำเช่นนั้น ทำให้นางศึกษาค้นพบข้อด้อยของนาง
                        อาจารย์ซินถามผู้เรียนถึงอาการป่วยของคนไข้และวิธีรักษา ซอจังกึมตอบได้อย่างละเอียด นางกล่าวกับอาจารย์ว่าซินปีเป็นคนว่าคนไข้ป่วยเป็นอะไร ซอจังกึมยอมรับว่านางมีข้อบกพร่องโดยบรรยายออกมาเป็นข้อๆให้อาจารย์ฟัง อาจารย์ซินได้ยินเช่นนั้นไม่รู้ว่าซอจังกึมจะรู้จริงหรือเปล่า
                        อาจารย์ซินทดสอบเด็กนักเรียนว่าจะแยกแยะสมุนไพรกับพิษได้อย่างไร ภายหลังที่อาจารย์ซินได้รับกระดาษคำตอบและถามซอจังกึมว่าจะแยกแยะอย่างไร ซอจังกึมตอบคำถามอาจารย์ซินว่ายากับพิษนั้นจริงๆแล้วยากที่จะแยกออกจากกันได้ สำคัญอยู่ที่วิธีใช้ว่าจะใช้อย่างไร นึกไม่ถึงว่าคำตอบของซอจังกึมตรงกับใจอาจารย์ซินเป็นอันมาก
             
                       ซอจังกึมบอกกับอาจารย์ซินว่านางคิดได้แล้ว อาจารย์ซินดีใจมากที่ซอจังกึมคิดได้ ดังนั้นจึงสั่งสอนว่าการจะเป็นหมอที่ดีนั้นต้องมั่นอยู่บนความซื่อสัตย์ ซินปีบอกซอจังกึมว่าในเมื่อตอนที่นางเป็นเด็กนั้นสุขภาพอ่อนแอเป็นเด็กขี้โรค ต่อมาได้รับการรักษาจากหมอท่านหนึ่งจนแข็งแรงขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงตั้งปณิธานว่าต้องเป็นหมอให้ได้
                        จังด๊อกเดินทางมาฮั่นหยางเพื่อให้เยี่ยมเยียนซอจังกึม จากนั้นจังด๊อกก็ไปเยี่ยมเยียนชองอุนแป๊ด ชองอุนแป๊ดบอกซอจังกึมว่านางสอบไม่ผ่านสามหมวด ดังนั้นจึงไม่ผ่านการคัดเลือกเป็นหมอหญิง ซอจังกึมซึ่งมีความมั่นใจการสอบถึงกับตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น ไม่ได้มีแต่ซอจังกึมที่สอบไม่ผ่านทั้งสามหมวด ซินปีก็สอบไม่ผ่านทั้งสามหมวดเช่นเดียวกัน ทั้งหมดอยู่ที่อาจารย์หลี่เพียงคนเดียวที่จะให้ผู้เรียนคนใดสอบผ่านหรือเปล่าผ่าน
                        ชองอุนแป๊ดบอกซอจังกึมว่าตนไม่มีปัญญาช่วยเหลือจริงๆ เนื่องมาจากปัญหาไม่ได้อยู่ที่คะแนน แต่อยู่ที่ใครใหญ่ ใครมีอำนาจมากกว่ากัน ชองอุนแป๊ดกำชับอาจารย์ซินอย่าได้งัดข้อกับอาจารย์หลี่เป็นอันขาด หากทำลงไปเท่ากับเอาไข่ไปกระทบหินเปล่าๆ
                        อาจารย์ซินไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งที่ไม่อยากทำ ดังนั้นจึงต้องให้ผู้เรียนทั้งหมดสอบไม่ผ่านทั้งสามหมวด ทำให้การสอบคราวนี้ไม่มีเด็กนักเรียนคนใดได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมอหญิง อาจารย์ซินและอาจารย์หลี่รายงานผลการสอบต่อไต้เท้าตูถีเตี้ยว ด้วยเหตุนี้เองไต้เท้าตูถีเตี้ยวจึงตัดสินใจเป็นผู้สอบคัดเลือกเอง
                        ไต้เท้าตูถีเตี้ยวความรู้สึกว่าซอจังกึมเป็นคนมีความรู้ทักษะ แต่เพราะเหตุใดจึงสอบไม่ผ่าน ไต้เท้าตูถีเตี้ยวต้องการคำอธิบายจากอาจารย์ซิน ภายหลังที่ไต้เท้าตูถีเตี้ยวได้รับคำอธิบายจากอาจารย์ซินและสอบถามอาจารย์หลี่ว่าเพราะเหตุใดซอจังกึมจึงสอบไม่ผ่าน อาจารย์หลี่ตอบไต้เท้าตูถีเตี้ยวว่าซอจังกึมไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นหมอ ต่อมา ไต้เท้าตูถีเตี้ยวล่วงรู้ว่าอาจารย์หลี่ต้องการให้ผู้เรียนพวกนี้เป็นนางรำ ดังนั้นจึงกราบทูลเรื่องนี้ต่อพระเจ้าจุงจง พระเจ้าจุงจงทรงกริ้วมาก มีรับสั่งห้ามไม่ให้ไปหาหมอมาเป็นนางรำอีกต่อไป
                        ซอจังกึมและซินปีถูกแยกย้ายให้ไปเป็นหมอหลวงประจำตำหนักต่างๆ มินจุงโฮดีใจมากเมื่อเห็นซอจังกึมกลับเผ่านาทำงานในวังหลวงอีกรอบ ดังดึ้กดูสามีเมียซึ่งขายเหล้าเป็นอาชีพถูกจังด๊อกทำลายไหเหล้าทิ้งไปหลายใบเนื่องด้วยไม่ได้ใส่โสมลงไป ข้าวของเสียหายทำให้ทำการค้าไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เองสองสามีเมียจึงมีปากเสียงกับจังด๊อกขึ้นมา
                        จังด๊อกล่วงรู้ว่าซอจังกึมได้รับการคัดเลือกเป็นหมอหลวงและได้กลับเข้าไปทำงานในวังหลวงอีกรอบ ดังนั้นจึงแนะนำการใช้ชีวิตของหมอหลวงในวังหลวงให้นางรู้ว่าไม่เป็นอย่างที่นางคิดไว้

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 29

โดยังผ่าตัดอย่างคล่องแคล่ว ฮวางจองซึ่งดูอยู่ก็ทึ่งในความถนัดของเขา

“โดยังเป็นศัลยแพทย์ที่เก่งที่สุดในญี่ปุ่นก็ว่าได้ เพราะแม้แต่ศาสตราจารย์คิมูระที่เป็นอาจารย์แพทย์ยังอิจฉาในพรสวรรค์ของเค้าเลย” นาโอโกะกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“ใช่ มีความสามารถยอดเยี่ยมมาก ไม่มีการลังเลเลยแม้แต่น้อย ว่องไวและเฉียบคมมาก” ฮวางจองชมอย่างจริงใจ

“อีกสักพักคนไข้จะฟื้นจากยาสลบ ที่ให้ในตอนผ่าตัด” โดยังบอกฮวางจอง “ต่อจากนี้ให้แพทย์ฮวางจัดการต่อก็แล้วกัน ผ่าตัดเรียบร้อย คุณช่วยเย็บแผลที่ท้อง จะได้เสร็จเร็วยิ่งขึ้น”

“ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นยิ่งดี รีบบอกสภาวะในนี้ให้คนข้างนอกรับรู้เถอะ”

“ไว้เสร็จแล้วค่อยบอกจะดีมากยิ่งกว่า นี่คือโรงพยาบาลฮันซอง พวกเค้าอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องการผ่าตัดในคราวนี้ก็เป็นได้นะ ข้าผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าช่วยเย็บปิดแผลให้ที เดี๋ยวข้าจะตัดเส้นเลือดดำต่อ”

“เครื่องเอกซเรย์จะช่วยให้คนที่เป็นหมอสามารถเห็นและวินิจฉัยโรค ที่ตรวจอาการจากภายนอกไม่พบได้ แพทย์เบ๊ก ตัดสินใจพาคนไข้ไปโรงพยาบาลฮันซองก็เป็นการวินิจฉัยตามหลักการ แพทย์ฮวางเองก็คงจะเห็นด้วยกับหลักการข้อนี้” เอวิสันปรึกษากับซ๊อกรัน

“ค่ะ ทั้งแพทย์ฮวางกับแพทย์เบ๊ก มีนิสัยแบบงี้ทั้งคู่ เค้าจะไม่คำนึงถึงปัญหาอย่างอื่นที่จะตามมาหรอก”

“แม้กระนั้นคราวนี้มันน่าจะคิดหน่อยนะ นี่มันเวลาไหนกัน โรงพยาบาลฮันซอง ทำไมพระราชาต้องลี้ภัยไปอยู่ที่สถานทูตรัสเซียล่ะ ก็เพื่อให้จะหนีจากการจับตาของพวกญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ หะ?” ผู้จัดการโอบ่น

“นี่ ๆ ๆ แต่การช่วยคนไข้มาเป็นชั้นแรก ตรงนั้นมีทั้งทหารโชซอนทั้งทหารรัสเซียปลอดภัยอยู่แล้ว อีกอย่างนะ พอผ่าตัดเสร็จและจากนั้นก็พา กลับมาเองแหละน่า โธ่”

“เอาอย่างงี้ แพทย์ยู คุณรู้จักกับแพทย์เบ๊กดี ช่วยไปที่โรงพยาบาลฮันซองที ไปดูสภาพการณ์ก่อน แล้วเราค่อยมาปรึกษากันอีกที” เอวิสันบอก

“ค่ะ ข้าเข้าใจแล้วค่ะ”

วาตานาเบ้ใช้อำนาจการเป็นผอ.โรงพยาบาลฮันซองเผ่านาดูการผ่าตัด เพื่อให้หวังจะหาทางให้คนไข้เสียชีวิตและป้ายความผิดให้ฮวางจองตามแผน

“เส้นเลือดขอดอยู่แค่นี้ใช่มั้ย?” ฮวางจองถาม

“ไม่ใช่ ข้าคิดว่ามันเชื่อมอยู่กับหลอดเลือดดำใหญ่ เป็นได้ว่าอาจจะลามเข้าไปถึงช่องท้องแล้ว” โดยังบอก

“ดูจากตอนผ่าตัดไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”

“กล้ามเนื้อรอบๆขาหนีบยังนุ่มอยู่ เส้น เลือดขอดอาจยังลามมาไม่ถึงตรงนี้ แต่ถ้าจะสลาย เส้นเลือดขอดของเส้นเลือดดำนี้ เราควรต้องผ่าตัดเปิดที่น่องขาของเค้า”

“หะ ผ่าอีกเหรอ?” นาโอโกะสะดุ้ง

“แต่ถ้าทำการผ่าตัดในรอบๆนี้ เลือดจะไหลออกมาก เวลาที่ผ่าตัดก็อาจจะนานจนเกินไป ถ้าให้ยาสลบมากขึ้น คนไข้ก็จะมีความเสี่ยงมากจนเกินไป ดีไม่ดีอาจจะทำให้คนไข้ตายได้” ฮวางจองพูดตามความเห็นของตนเอง

ขณะที่โดยังก็เสนอ “แต่ถ้าเราไม่ลงมือทำเลย จะทำให้เลือดอุดตันปอดจนหยุดการทำงานได้ เราควรจะรีบผ่าตัดให้เร็วที่สุด ก่อนที่ยาจะหมดฤทธิ์”

“ดังนั้นจำเป็นต้องทำให้เสร็จก่อนเค้าจะฟื้น” ฮวางจองสรุป

“ยังมีเวลาครึ่งชั่วโมง ก่อนที่คนไข้จะฟื้นค่ะ” นาโอโกะบอก

“ผมจะทำให้เสร็จในครึ่งชั่วโมง ก่อนอื่น เราจะผูกและตัดหลอดเลือด ที่จะไปสู่หลอดเลือดดำ จากนั้นก็ผ่าเปิดน่องขา ขอคีม ขั้นตอนต่อจากนี้เราจำเป็นที่จะต้องดึงเอาเส้นเลือดขอดเค้าออกมาโดยเร็วที่สุด”

ระหว่างที่กำลังผ่าตัดอยู่นั้น อียงอิกเกิดฟื้นจากสลบเร็วกว่าที่คิดไว้

“แพทย์เบ๊ก ดูเหมือนว่าร่างกายคนไข้จะรับฤทธิ์ยาสลบได้น้อยไปนะ” ฮวางจองบอก

“เบ๊กโดยังคะ เย็บแผลแล้วค่อยผ่าตัดใหม่เถอะ” นาโอโกะบอก โดยังครุ่นคิดก่อนตัดสินใจ

“เพิ่มยาสลบ”

“อันตรายเกินไป กับคนไข้ที่ฟื้นจากยา สลบง่ายอย่างงี้” ฮวางจองพูดตามหลักการ แต่โดยังก็มีเหตุผล

“แต่ถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วจะทำยังไง เส้นเลือดขอดถูกตัดแล้วจะปล่อยไว้แบบงี้เหรอ เราจะทำอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด”

“แต่ถ้าให้ยาสลบอีกตอนนี้ คนไข้อาจจะไม่ฟื้นเลยก็ได้” ฮวางจองยังกลุ้มอกกลุ้มใจ แต่โดยังตัดสินใจสั่งเสียงแข็ง “เพิ่มยาสลบ”

“เดี๋ยวก่อน รอแป๊บนึง ๆ เรายังพอจะหาวิธีอื่นได้รึเปล่า?” ฮวางจองยังลังเล เพราะอียงอิกอยู่ระหว่างความเป็นความตาย หากตัดสินใจผิดพลาดจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

“ให้ยาสลบแล้วผ่าตัดให้เสร็จนี่แหละวิธีดีที่สุด” โดยังยืนกราน

“ไม่ใช่อย่างนั้น ยังจำวิชาผ่าตัดได้มั้ย ที่เกี่ยวกับเรื่องเส้นเลือดดำซาฟินัสใหญ่น่ะ ถึงหลอดเลือดดำจะเชื่อมกับเส้นเลือดดำซาฟินัสใหญ่ แต่มันไม่ได้สำคัญตรงที่ขนาด”

“เจ้าคิดจะพูดอะไรกันแน่หะ?”

“หมายความว่า ถ้าจะผ่าเส้นเลือดดำใหญ่ก็จึงควรตัดหลอดเลือดดำที่เชื่อมออกไปด้วย ถ้าอย่างนั้นก็ดึงมันออกเลยดีมากกว่า ตรงนี้ ด้านบนกับข้างล่างมันขาดจากกันแล้ว เราดึงมันออกตรง ๆ เลยก็ได้”

“ถ้าทำอย่างนั้นได้ ถ้าทำได้ก็คงดีสิคะ”

“แต่เราจะดึงมันออกยังไงล่ะ ใช้มือดึงออกมาตรง ๆ เลยเหรอ? ใช้มือหรือคีมดึงก็ไม่ดีทั้งคู่ เพราะมันอาจลื่นหรือขาดก่อนได้”

“นั่นสิคะ ขอแค่เราดึงเส้นเลือดออกมาได้”

วาตานาเบ้ขอตัวออกจากห้องผ่าตัด แต่ ฮวางจองเรียกไว้ “อย่าพึ่งไป แพทย์เบ๊ก ท่านผอ. ถอดชุดกาวน์ของท่านออกก่อนครับ”

“ให้ข้าถอดเสื้อเหรอ?” วาตานาเบ้สี หน้างง

“ลองดูตรงนี้สิ ดูตรงนี้สิ”

“เจ้าจะให้ข้าดูอะไร?” โดยังเองก็แปลกใจ

ฮวางจองจึงเริ่มอธิบาย “ลองสมมุติว่าตัวของชุดกาวน์นี่เป็นเส้นเลือดดำใหญ่ แล้วถ้าเอา อะไรใส่เข้าแขนเสื้อ เอาใส่เข้าไปในหลอดเลือดดำ เส้นลวด ต้องใช้เส้นลวด เหมือนแขนที่อยู่ในเสื้อ เราใส่ลวดเข้าไปในหลอดเลือดดำ หลังจากได้ที่ แล้ว ก็ผูกปิดข้างนึงไว้ รวมทั้งดึงเส้นเลือดดำออกมา” ฮวางจองใช้เสื้อกาวน์ประกอบการอธิบายจนทุกคนเข้าใจอย่างง่ายดาย

“ฉันจะรีบไปเอาลวดค่ะ” นาโอโกะบอก ดีใจ

 “ผมจะลองดึงมันแล้วนะ”

“ว้าว ยอดไปเลย”

หลังจากการใช้ประสบการณ์และความรู้ที่ร่ำเรียนมา ทำให้โดยังและฮวางจองผ่าตัดสำเร็จอย่างรวดเร็ว ขณะที่นักข่าวสนใจเรื่องการผ่าตัด จึงมาขอสัมภาษณ์

“ผมเป็นนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ฮันซองครับ ไม่ทราบว่าทำไมคนไข้ของเจจุงวอน ถึงมารักษาที่โรงพยาบาลฮันซองครับ”

วาตานาเบ้เห็นเป็นจังหวะที่จะยัดเยียดข้อหา ฮวางจอง “ครับ เพราะว่าทางเจจุงวอนวินิจฉัยโรค ว่าคนไข้ท่านนี้มีอาการของลำไส้ทะลุ แต่แพทย์เบ๊กของเราวินิจฉัยว่า อาการน่าจะเกิดจากเยื่อบุ กระเพาะคนไข้ทะลุมากกว่า ดังนั้นเราจึงใช้เครื่องเอกซเรย์มาฉายดู ผลออกมาว่าเกิดจากกระเพาะทะลุจริง ๆ ดังนั้นพวกผมจึงได้ทำการผ่าตัดกันทันที”

“อ้อ แบบงี้นี่เอง เพราะหมอฮวางของเจจุงวอนวินิจฉัยโรคผิดไป จึงทำให้คนไข้ต้องมารักษาที่นี่” คนที่ยืนฟังอยู่ด้วยก็โวยวายขึ้นมา

“ไฮ้ จะพูดอย่างนั้นก็ได้ครับ” วาตานาเบ้ยิ้มมีแผน

ข่าวเรื่องฮวางจองวินิจฉัยโรคของอียงอิกผิด แต่เมื่อส่งไปโรงพยาบาลฮันซองก็วินิจฉัยโรคถูก และผ่าตัดที่โรงพยาบาลญี่ปุ่นจนอาการปลอดภัย ล่วงรู้ถึงพระเจ้าโกจง ฮวางจองจึงถูกเรียกมา ตำหนิ

“แค่ก ๆ เฮ้อ.. ตอนแรกคิดว่ามาอยู่ที่นี่แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แต่คงไม่ใช่ ถึงตัวข้าจะมาอยู่ที่นี่ แต่สภาพการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย”

“เสด็จพ่อ อย่างน้อยเราก็ได้กำจัดกลุ่มที่หนุนพวกญี่ปุ่นออกไป แค่นี้ก็ถือว่ามีความหมายแล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้พึ่งจะเป็นการเริ่ม” องค์รัชผู้สืบสกุลกราบทูล

“ใช่พ่ะย่ะค่ะ รัชผู้สืบสกุลตรัสถูกต้อง สภาพการณ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”

“ได้ยินว่าเจ้าวินิจฉัยโรคผิด เลยทำให้ เจ้ากรมต่างประเทศต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลฮันซอง”

ฮวางจองสีหน้าไม่ดีนัก “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท โชคยังดีที่ไปถึงตรงนั้นแล้ว ได้รู้อาการที่ถูกต้องแล้วผ่าตัดได้สำเร็จพ่ะย่ะค่ะ”

“แปลว่าหมอโรงพยาบาลฮันซอง มีทักษะมากกว่าหมอของเจจุงวอนงั้นรึ?” พระเจ้าโกจงกริ้ว

“ฝ่าบาท ขอประทานอภัยที่ต้องกราบทูลว่า ความถนัดของโรงพยาบาลฮันซองกับเจจุงวอน คงบอกไม่ได้ว่าใครเหนือกว่าใครพ่ะย่ะค่ะ แต่โรงพยาบาลฮันซอง มีเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดอย่างเครื่องเอกซเรย์อยู่ ที่สามารถฉายดูสาเหตุของอาการเจ็บป่วยได้แม่นยำ” ฮวางจองกราบทูลตามความเป็นจริง

“แปลว่า เพื่อให้ต้องการตรวจให้แน่ใจจึงไปโรงพยาบาลฮันซอง รวมทั้งทำการผ่าตัดตรงนั้นเลยใช่รึเปล่า?”

“ใช่พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“ถึงจะไม่รู้ว่าเจ้าเครื่องที่ว่านั่นคืออะไร แต่เจจุงวอนต้องมีหมอที่มีความเชี่ยวชาญและความรู้ ที่เหนือกว่าเครื่องเอกซเรย์ เพื่อให้ยกระดับการรักษาให้สูงขึ้นให้ได้”

“กระหม่อมจะทำตามพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”

“อีกอย่างต่อให้ไม่อาจตัดสินโรคได้แน่ชัด ก็ไม่ควรส่งไปที่โรงพยาบาลฮันซอง เพราะมันเป็นสิ่งที่ขัดต่อความปรารถนาของข้า” พระเจ้าโกจงตรัส

“พอเสด็จพ่อได้ยินว่าเจ้ากรมต่างประเทศไปรักษาที่โรงพยาบาลฮันซอง ก็อาหารไม่ย่อยเลย ต่อไปอย่าให้เกิดเหตุแบบงี้อีก เข้าใจรึยังหะ?” องค์รัชผู้สืบสกุลตรัสย้ำ

“พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชผู้สืบสกุล”

ซ๊อกรันและฮวางจองเป็นห่วงพระราชามากที่พระองค์ไม่ยอมเสวยโอสถ ขุนนางเมื่อเห็นฮวางจองมาจึงเชิญไปที่บ้านซึ่งลองต้มยาจีนเพื่อให้รักษาอาการของพระราชา

“ใต้เท้าทำของพวกนี้ นับจากไหร่ครับ?” ฮวางจองเห็นก็รีบถาม

“ฮะ ๆ ๆ ก็เพราะได้แพทย์ยู กับ ผอ. เอวิสันช่วยเหลือ จึงทำสำเร็จ ข้า..ก็ดูและเอาอย่างมาจากเจจุงวอนนี่แหละ อ้อ รอเดี๋ยวนะ ฮอนโฮแซง โกฐเขมา เปลือกส้ม และก็ฮูพัค นำมาต้มรวมกันกรองเอาน้ำมา แล้วใส่ยาที่นำเข้าผสมลงไปในนี้ ก็เป็นอันเรียบร้อย” ขุนนางสั่งการ

“ท่านตวงส่วนผสมที่แน่ๆรึเปล่าคะ?” ซ๊อกรันถามขึ้น

“ต้องตวงสิ เมื่อก่อนใช้สายตาวัดเอา แต่รสชาติมันก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวเสีย แต่ตอนนี้ มันเริ่มพอดีแล้ว”